การขนส่งทางเรือต้องมีประกันภัยสินค้าทางทะเล เพื่อป้องกันสินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง

ส่งออก-นำเข้าต้องรู้จัก พิธีศุลกากรและประกันภัยสินค้าทางทะเล

การขนส่งสินค้าทางเรือเป็นหนึ่งในวิธีการขนส่งสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในธุรกิจระหว่างประเทศ การทำความเข้าใจขั้นตอนและการประกันภัยสินค้าทางทะเลที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางเรือ ตลอดจนพิธีศุลกากรในการนำเข้าและส่งออก จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ ทั้งยังช่วยให้การนำเข้าและส่งออกสินค้าผ่านทางเรือเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น


การประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล มีความสำคัญอย่างไร ?

การประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล คือ การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองสินค้าจากภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งทางเรือจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง โดยเงื่อนไขความคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยแต่ละแห่ง ซึ่งความคุ้มครองจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  • Institute Cargo Clauses (A) : คุ้มครองความเสี่ยงที่ทำให้สินค้าเสียหายครอบคลุมเกือบทุกกรณี ยกเว้นกรณีที่บริษัทประกันภัยระบุไว้ เช่น การบรรจุหีบห่อไม่ดี การกระทำโดยมิชอบของผู้เอาประกันภัย
  • Institute Cargo Clauses (B) : คุ้มครองความเสี่ยงที่มีสาเหตุมาจากภายนอก เช่น อัคคีภัย เรือเกยตื้น ภัยธรรมชาติ
  • Institute Cargo Clauses (C) : คุ้มครองความเสี่ยงขั้นพื้นฐานเฉพาะที่ระบุไว้ในกรมธรรม์เท่านั้น จึงเหมาะกับสินค้าความเสี่ยงต่ำหรือการขนส่งในระยะทางสั้น ๆ


ความสำคัญของประกันภัยสินค้าทางทะเล

จากความหมายของการประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเลคืออะไร ทำให้สามารถสรุปความสำคัญของประกันภัยประเภทนี้ได้เป็น 2 ข้อหลัก ดังนี้

  • ปกป้องสินค้าจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง เช่น การสูญหาย การเสียหายจากการชน สถานการณ์เรือล่ม หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ไม่คาดคิด ซึ่งเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
  • ช่วยให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์จะได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงทางการเงินจากอุบัติเหตุหรือความเสียหายระหว่างการขนส่ง

การขนส่งทางทะเลมีความเสี่ยงหลากหลาย ตั้งแต่สภาพอากาศเลวร้าย การเกิดอุบัติเหตุ ตลอดจนปัญหาสินค้าสูญหาย ดังนั้น การมีประกันภัยจึงเป็นเสมือนร่มกันฝนที่ป้องกันความเสียหายทางการเงินและธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พิธีการศุลกากรนำเข้า-ส่งออก หัวใจของการขนส่งสินค้าทางเรือ

นอกจากการทำประกันภัยสินค้าทางทะเลเพื่อเพิ่มความอุ่นใจในการส่งออกและนำเข้าสินค้าแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้กระบวนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศราบรื่น คือการปฏิบัติตามพิธีการศุลกากรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาด้านกฎหมายหรือเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ พิธีการศุลกากรนำเข้าทางเรือ และพิธีการศุลกากรส่งออกทางเรือ


พิธีการศุลกากรนำเข้าทางเรือ

หมายถึง กระบวนการยื่นเอกสารและตรวจสอบสินค้าที่ผู้นำเข้าต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้สินค้าที่ขนส่งมาทางเรือได้รับอนุญาตนำเข้าประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

  • เอกสารที่ต้องใช้

      • ต้นฉบับใบขนสินค้าขาเข้า (กศก. 99/1) พร้อมสำเนา 1 ฉบับ และแนบรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม (กรณีนำเข้าสินค้าทั่วไป)
      • ใบสั่งปล่อยสินค้า (กศก. 100/1)
      • ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading)
      • บัญชีราคาสินค้า (Invoice)
      • บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ (Packing List)
      • ใบแจ้งยอดเบี้ยประกัน (Insurance Premium Invoice)
      • หนังสืออนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมการนำเข้า 
      • กรณีขอลดอัตราอากร ต้องมีใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) กำกับด้วย

  • ภาษีและค่าธรรมเนียม

      • ภาษีนำเข้า คำนวณจากมูลค่า CIF
      • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7%
      • ภาษีสรรพสามิต
      • ค่าธรรมเนียมศุลกากร ประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมใบขนสินค้าฉบับละ 200 บาท ค่าธรรมเนียมบันทึกข้อมูลใบขนสินค้าฉบับละ 70 บาท การขอบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ฉบับละ 100 บาท

  • ขั้นตอนการดำเนินการ

    • ก่อนเรือเข้าท่า 24 ชั่วโมง : ตัวแทนเรือหรือผู้นำเข้าต้องจัดทำข้อมูลการนำเรือเข้าและบัญชีสินค้า (Manifest) และส่งข้อมูลให้กรมศุลกากรอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเรือเข้าท่า
    • ยื่นเอกสาร : ผู้นำเข้าหรือตัวแทนยื่นแบบใบขนสินค้าและเอกสารประกอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ศุลกากร (e-Customs)
    • ตรวจสอบและจัดกลุ่ม : ระบบของกรมศุลกากรจะตรวจสอบข้อมูลและจัดทำเลขที่ใบขนสินค้า พร้อมทำการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) โดยแบ่งกลุ่มใบขนส่งเป็นกลุ่มตรวจสอบ (Red Line) และกลุ่มไม่ตรวจสอบ (Green Line)
    • ชำระภาษี : ผู้นำเข้าชำระภาษีและค่าธรรมเนียมที่กรมศุลกากรกำหนด
    • รับสินค้า : เมื่อผ่านการตรวจสอบและชำระภาษีเรียบร้อยแล้ว จะได้รับใบเสร็จและใบอนุญาตปล่อยสินค้า เพื่อให้สามารถนำสินค้าออกจากอารักขาศุลกากรและนำส่งปลายทางได้


พิธีการศุลกากรส่งออกทางเรือ

หมายถึง กระบวนการยื่นเอกสารและตรวจสอบสินค้าที่ผู้ส่งออกต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้สินค้าสามารถส่งออกนอกประเทศได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

  • เอกสารที่ต้องใช้

      • ใบขนสินค้าส่งออก ได้แก่ แบบกศก. 101/1 สำหรับสินค้าทั่วไป, แบบ A.T.A. Carnet สำหรับนำเข้าหรือส่งออกชั่วคราว และใบขนสินค้าพิเศษสำหรับส่งออกรถยนต์และจักรยานยนต์ชั่วคราว
      • บัญชีราคาสินค้า (Invoice)
      • ใบอนุญาตส่งออกหรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐ

  • ภาษีและค่าธรรมเนียม

      • ผู้ส่งออกไม่ต้องเสียภาษีอากรหรือภาษีสรรพสามิตสำหรับการส่งออก แต่ต้องชำระค่าธรรมเนียมให้กรมศุลกากรตามอัตราที่กำหนด

  • ขั้นตอนดำเนินการ

  • เตรียมเอกสาร : ผู้ส่งออกหรือตัวแทนจัดเตรียมเอกสารและยื่นใบขนสินค้า พร้อมข้อมูลการส่งออกผ่านระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร
  • อนุมัติการส่งออก : ระบบตรวจสอบข้อมูลและอนุมัติใบขนส่งออก
  • บรรจุสินค้า : จัดเตรียมสินค้าสำหรับบรรจุลงตู้คอนเทนเนอร์และส่งข้อมูลบรรจุสินค้าเข้าสู่ระบบกรมศุลกากร
  • ตรวจปล่อยสินค้า : ดำเนินการตรวจปล่อยสินค้าออกจากเขตศุลกากร
  • ขนส่งออกจากประเทศ : เมื่อผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาต ก็สามารถส่งสินค้าออกทางเรือตามข้อกำหนดได้เลย

ปัญหาที่พบบ่อยในการนำเข้า-ส่งออกสินค้าทางเรือและวิธีการแก้ไข

[box-content-accordion id="53"]

จบปัญหาทุกขั้นตอนทางศุลกากร เลือก SCGJWD เป็นพาร์ตเนอร์คู่ธุรกิจคุณ

พิธีการศุลกากรนำเข้าและส่งออกทางเรือมีรายละเอียดยิบย่อยอีกมากมาย ซึ่งมักสร้างปัญหาให้แก่ผู้ประกอบการที่ไม่มีประสบการณ์ในการนำเข้าและส่งออกสินค้า ไม่ว่าจะเป็น

  • การขาดเอกสารที่จำเป็น เช่น ใบขนสินค้าขาเข้า/ขาออก ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า หรือใบอนุญาตการส่งออก ทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการศุลกากร
  • การคำนวณภาษีที่เกี่ยวข้องและค่าธรรมเนียมผิดพลาด ส่งผลต่อการบริหารจัดการต้นทุน
  • การจัดการกับสินค้าผิดประเภท ทำให้สินค้าถูกกักไว้ การขนส่งล่าช้า และเสี่ยงเกิดความเสียหายจากการจัดเก็บที่ไม่ถูกต้อง

การเลือกบริษัทขนส่งต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญในพิธีศุลกากรขาเข้าและพิธีศุลกากรขาออก ทั้งยังเข้าใจตลาดและสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบของประเทศปลายทางได้อย่างรอบด้าน จะช่วยให้ธุรกิจของคุณขับเคลื่อนได้อย่างราบรื่น 

ที่ SCGJWD เราให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร พร้อมช่วยคุณจัดการเอกสารศุลกากร คำนวณภาษีและค่าธรรมเนียมอย่างแม่นยำ และ เคลียร์สินค้าผ่านพิธีการศุลกากรขาเข้าและขาออกทางเรือได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ เรายังมีระบบติดตามสินค้าระหว่างการขนส่ง ให้คุณติดตามสถานะสินค้าได้ตลอดเส้นทาง มั่นใจได้ว่าสินค้าจะถึงมือผู้รับตรงเวลา เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการส่งของไปต่างประเทศ ช่วยให้การขนส่งสินค้าทางเรือของคุณเป็นไปตามกฎหมายและปลอดภัย ดูแลโดยเจ้าหน้าที่มืออาชีพทุกขั้นตอน

สอบถามรายละเอียดบริการ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่


ข้อมูลอ้างอิง 

  1. พิธีการศุลกากรนำเข้าทางเรือ. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 จาก https://www.customs.go.th/content_with_menu1.php?ini_menu=menu_business_160421_02&ini_content=business_160426_02_160914_01_160914_01&lang=th&left_menu=menu_business_160421_02_160421_01_160914_02
  2. พิธีการศุลกากรส่งออกทางเรือ. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 จาก https://www.customs.go.th/content_with_menu1.php?ini_menu=menu_business_160421_02&ini_content=business_160426_02_160914_02_160914_02&lang=th&left_menu=menu_business_160421_02_160421_02_160914_02 

Service Recommended