เทรนด์การส่งออกอาหารสัตว์ที่ใช้วัตถุดิบพรีเมียมขึ้น

คู่มือส่งออกอาหารสัตว์ และเทรนด์อุตสาหกรรมฉบับอัปเดตปี 2026

Key Takeaways

  • เทรนด์อุตสาหกรรมส่งออกอาหารสัตว์ : ตลาดมุ่งเน้นสินค้าเกรดพรีเมียม (Pet Humanization) และการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาวัตถุดิบ (Traceability) โดยมีอาเซียนและตะวันออกกลางเป็นตลาดเป้าหมายหลัก
  • ความถูกต้องด้านเอกสาร : ต้องเตรียมใบ รง.4, ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับกรมปศุสัตว์, ยื่นขอ Health Certificate ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน และจัดการ Shipping Documents ให้ตรงกับใบขนสินค้า 100%
  • กลยุทธ์ลดต้นทุน : ระบุพิกัด HS Code ให้แม่นยำเพื่อใช้สิทธิพิเศษทางภาษี (FTA) ร่วมกับการวางแผนขนส่งข้ามแดนแบบรวมเที่ยว (Consolidation) เพื่อสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันและเพิ่มผลกำไรให้ธุรกิจ


Table of Content

  • อัปเดตเทรนด์อุตสาหกรรมส่งออกอาหารสัตว์ ปี 2026 ที่ผู้ประกอบการต้องจับตา
  • ขั้นตอนการส่งออกอาหารสัตว์ไปต่างประเทศมีอะไรบ้าง ?
  • เคล็ดลับเพิ่มกำไรและลดต้นทุนให้ธุรกิจส่งออกอาหารสัตว์
  • เช็กลิสต์เตรียมความพร้อมก่อนส่งออกอาหารสัตว์
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่งออกอาหารสัตว์ (FAQs)


อุตสาหกรรมอาหารสัตว์และอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) ของไทยได้รับการยอมรับในระดับโลกและมีมูลค่าการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นี่จึงเป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ผลิตที่ต้องการขยายฐานลูกค้าไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การส่งออกอาหารสัตว์ไม่ได้จบลงเพียงแค่การตกลงซื้อขายและส่งมอบสินค้า แต่ยังเกี่ยวข้องกับข้อบังคับทางกฎหมาย มาตรฐานความปลอดภัยจากกรมปศุสัตว์ และพิธีการศุลกากรที่เข้มงวด ซึ่งผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจอย่างถี่ถ้วน เพื่อเพิ่มผลกำไรและลดความเสี่ยงให้กับธุรกิจของคุณ


อัปเดตเทรนด์อุตสาหกรรมส่งออกอาหารสัตว์ปี 2026 ที่ผู้ประกอบการต้องจับตา

ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการส่งออกอาหารสัตว์ไปต่างประเทศ การทำความเข้าใจทิศทางตลาดเพื่อวางกลยุทธ์ธุรกิจถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งในปี 2026 มีเทรนด์ที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญ ดังนี้

Pet Humanization & Premiumization

พฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมเติบโตอย่างก้าวกระโดด เช่น อาหารเกรดเดียวกับมนุษย์ อาหารเสริมเฉพาะโรคสำหรับสัตว์ป่วย ส่งผลให้ธุรกิจที่สามารถคว้าใบรับรองมาตรฐานการผลิตขั้นสูง สามารถอัปเกรดมูลค่าสินค้าและเจาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงในต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

ความยั่งยืนและการตรวจสอบย้อนกลับได้

คู่ค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะฝั่งยุโรปและอเมริกา มีข้อกำหนดที่เข้มงวดเรื่องแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ผู้ประกอบการควรมีระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ที่สามารถระบุแหล่งที่มาของวัตถุดิบและกระบวนการผลิตได้อย่างชัดเจน ตามหลักเกณฑ์ของกรมปศุสัตว์และมาตรฐานความปลอดภัยอาหารสัตว์

ตลาดอาเซียนคือเป้าหมายหลักที่เติบโตเร็วที่สุด

นอกจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนที่มีความต้องการอาหารสัตว์ในปริมาณมหาศาลแล้ว ตลาดตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน การวางแผนโลจิสติกส์ข้ามแดนทั้งทางอากาศ ทางบก และทางเรือที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างต้นทุนที่แข่งขันได้ดีกว่าประเทศอื่น


ขั้นตอนการส่งออกอาหารสัตว์ไปต่างประเทศมีอะไรบ้าง ?

เพื่อให้กระบวนการส่งออกอาหารสัตว์เป็นไปอย่างราบรื่นและป้องกันปัญหาสินค้าติดด่านศุลกากรจนส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

1. เช็กกฎหมายและขึ้นทะเบียนฝั่งไทยให้พร้อม

ระบบหลังบ้านของโรงงานต้องถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) และได้รับใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (หากสินค้าเข้าข่ายควบคุม) จากกรมปศุสัตว์ ส่วนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ต้องมีใบสำคัญการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ และบริษัทต้องลงทะเบียนเป็นผู้ส่งออก-นำเข้ากับกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ด้วย

2. ศึกษากฎระเบียบและมาตรฐานของประเทศปลายทาง

แต่ละประเทศมีข้อกำหนดไม่เหมือนกัน บางประเทศห้ามใช้วัตถุดิบบางชนิด หรือมีการกำหนดค่ามาตรฐานสารตกค้างที่เข้มงวด ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบข้อกำหนดของศุลกากรและหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศปลายทางให้ละเอียดก่อนเริ่มสายการผลิตและส่งออกอาหารสัตว์ไปยังประเทศนั้น ๆ 

3. ขอ Health Certificate (ใบรับรองสุขอนามัย)

เอกสารนี้คือข้อบังคับในการส่งออกอาหารสัตว์ ผู้ส่งออกต้องยื่นคำขอใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) ผ่านระบบe-Feed Export ของกรมปศุสัตว์ โดยระยะเวลาการพิจารณาขึ้นอยู่กับชนิดสินค้าและเงื่อนไขของประเทศปลายทาง เจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบเอกสาร กระบวนการผลิต และสุ่มตรวจสินค้าเป็นรายกรณี

4. ขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin - C/O)

ตรวจสอบสิทธิพิเศษทางการค้า (FTA) ระหว่างไทยและประเทศปลายทาง เช่น การใช้ Form D สำหรับกลุ่มประเทศอาเซียน หรือ Form E สำหรับประเทศจีน การใช้หนังสือรับรองเหล่านี้จะช่วยลดหรือยกเว้นภาษีนำเข้าให้คู่ค้าปลายทางได้ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มพิกัดศุลกากร HS Code 2309.10 สำหรับอาหารสุนัขหรือแมว

5. เตรียมเอกสารโลจิสติกส์และผ่านพิธีการศุลกากรขาออก

เมื่อสินค้าพร้อมสำหรับการส่งออก ขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการส่งมอบเอกสารสำคัญให้ครบถ้วน ได้แก่

  • Commercial Invoice (ใบกำกับสินค้า)
  • Packing List (บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ)
  • Bill of Lading (B/L) หรือ Air Waybill (AWB) หรือ Truck Receipt ขึ้นอยู่กับช่องทางการขนส่ง

จากนั้นตัวแทนออกของจะทำการยื่นใบขนสินค้าขาออกผ่านระบบ Paperless (e-Export) ของกรมศุลกากร เพื่อดำเนินพิธีการตรวจปล่อยสินค้าต่อไป


เคล็ดลับเพิ่มกำไรและลดต้นทุนให้ธุรกิจส่งออกอาหารสัตว์

ใช้สิทธิพิเศษทางภาษี (FTA) ให้เต็มประสิทธิภาพ

การสำแดงพิกัดศุลกากร (HS Code) ที่ถูกต้องและแม่นยำ ร่วมกับการขอเอกสาร C/O อย่างชาญฉลาด จะช่วยให้คู่ค้าของคุณประหยัดต้นทุนภาษีนำเข้าได้อย่างมหาศาล ซึ่งนอกจากจะช่วยปิดการขายได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคู่ค้าในระยะยาวด้วย

รวมเที่ยวรถและการวางแผนเส้นทางขนส่งข้ามแดน (Cross-border)

ค่าขนส่งคือต้นทุนหลักของธุรกิจส่งออก หากคุณเน้นทำตลาดในกลุ่มอาเซียน การขนส่งข้ามแดนทางรถบรรทุก (Cross-border Trucking) ที่มีการบริหารจัดการแบบรวมเที่ยว (Consolidation) จะช่วยควบคุม Lead Time ได้ดีเยี่ยม และคุ้มค่ากว่าการขนส่งทางเรือในหลาย ๆ เส้นทาง


เช็กลิสต์เตรียมความพร้อมก่อนส่งออกอาหารสัตว์

สุดท้าย อย่าปล่อยให้ธุรกิจของคุณสะดุดด้วยข้อผิดพลาดเล็ก ๆ เช็กรายละเอียดตามลิสต์เหล่านี้ให้ครบถ้วน เพื่อช่วยให้การส่งออกดำเนินไปอย่างราบรื่น ถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับความไว้วางใจจากพาร์ตเนอร์ในระยะยาว

  • โรงงานมีใบ รง.4 และใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์จากกรมปศุสัตว์อย่างถูกต้อง
  • ผลิตภัณฑ์ทุกตัวได้รับการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์เรียบร้อยแล้ว
  • มี Health Certificate จากกรมปศุสัตว์ ที่ตรงตามเงื่อนไขประเทศปลายทาง
  • มี Certificate of Origin จากกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อประโยชน์ทางภาษี
  • ชุดเอกสาร Shipping Documents ครบถ้วน (Invoice, Packing List, B/L)
  • ลงทะเบียนระบบ e-Export และผ่านพิธีการศุลกากรขาออกอย่างถูกต้อง


ยกระดับความเชื่อมั่นให้ธุรกิจส่งออกอาหารสัตว์ของคุณ ด้วยการเลือก SCGJWD เป็นพาร์ตเนอร์ด้านโลจิสติกส์ที่ให้บริการแบบ End-to-End Solutions อีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญระดับสูงในการจัดการเอกสารศุลกากรแบบ One-stop Service พร้อมให้บริการคลังสินค้ามาตรฐานสากล และบริการขนส่งสินค้าในอาเซียนแบบข้ามพรมแดน (Cross-border) ในรูปแบบรถบรรทุกเหมาคัน (Full Truck Load) อย่างไร้รอยต่อ ช่วยคุณย่นระยะเวลาทำงาน ควบคุมต้นทุนได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้สินค้าส่งตรงถึงมือคู่ค้าปลายทางอย่างปลอดภัย คงคุณภาพ และพร้อมสร้างผลกำไรสูงสุดอย่างยั่งยืน ติดต่อเจ้าหน้าที่ของเราเพื่อรับคำปรึกษาได้เลย


ข้อมูลอ้างอิง 

  1. คู่มืออาหารสัตว์เลี้ยงเพื่อการส่งออก. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 จาก https://dld.go.th/webnew/images/stories/book/manual_compressed2.pdf

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่งออกอาหารสัตว์ (FAQs)

[box-content-accordion id="104" theme="undefined" d_column="undefined" d_type="undefined" m_column="undefined" m_type="undefined"]

Service Recommended