ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) คือ การทำธุรกรรมซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะผู้ประกอบการและผู้บริโภคสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ง่ายและตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเกิดและขยายตัวขึ้นตามลำดับเช่น โลจิสติกส์ บริการ Fulfillment คลังสินค้าออนไลน์แบบครบวงจร ที่มีมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซจำเป็นจะต้องอัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ ตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค
อัปเดต! 7 เทรนด์อีคอมเมิร์ซและสินค้าน่าขาย
จากรายงานของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่ามูลค่าทางการตลาดของ E-Commerce ที่ถึงแม้อัตราการเติบโตจะชะลอตัวช้าลง แต่ยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าในปี 2566 อัตราการขยายตัวจะอยู่ที่ 4-6% หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดประมาณ 606,000-618,000 ล้านบาท ซึ่งกินส่วนแบ่งในตลาดค้าปลีกกว่า 16% เลยทีเดียว นับว่าตลาด E-Commerce ยังคงน่าลงมาแข่งขัน โดยผู้ประกอบการสามารถสร้างโอกาสเพื่อทำกำไรให้กับธุรกิจ จากการขยายตัวของตลาด E-Commerce ได้
แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ คือเรื่องของเทรนด์การทำการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่หมั่นอัปเดตและปรับตัวอยู่เสมอ ก็อาจทำให้ผู้ประกอบการตกขบวนในสนามการแข่งขันได้ และเพื่อเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้อย่างราบรื่น มาอัปเดต 7 เทรนด์อีคอมเมิร์ซที่น่าจับตามอง พร้อมไปรู้จักกับบริการ Fulfillment บริการจัดการคลังสินค้า ที่จะเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจขายของออนไลน์ ขับเคลื่อนไปได้อย่างราบรื่นได้ในบทความนี้
7 เทรนด์อีคอมเมิร์ซที่คนขายออนไลน์ต้องรู้!
1. เทรนด์เสมือนจริง มิติใหม่แห่งการขาย
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างความตื่นตาตื่นใจ และกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความสนใจในตัวสินค้ามากยิ่งขึ้น การเลือกใช้เพียงภาพนิ่งในการนำเสนอสินค้าบนช่องทางขายสินค้าออนไลน์ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ด้วยเหตุนี้ หลายแบรนด์ที่ต้องการตีตลาด E-Commerce จึงเลือกที่จะนำเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality) มาใช้ในการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้า ด้วยการจำลองภาพเสมือนจริง ทั้งขนาด สี และรูปทรงของสินค้า อย่างกับว่าเอามาตั้งไว้ตรงหน้า ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อของลูกค้าแล้ว ยังจะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
2. เทรนด์รักษ์โลก ยังแรงต่อเนื่อง
ต้องยอมรับว่ากระแสสินค้ารักษ์โลก ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ มาขาย การเลือกสินค้าที่ตอบสนองเทรนด์รักษ์โลก จะช่วยจูงใจลูกค้าได้
นอกจากนี้ การขายสินค้าประเภท Recommerce หรือการซื้อและขายของมือสอง หรือของใหม่อยากขายต่อ รวมไปถึงของใช้แล้วอยากส่งต่อ ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน นับเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด
3. เทรนด์ใช้ AI ช่วยอ่านใจลูกค้า
เชื่อว่าการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการหลังบ้านและคลังสินค้าออนไลน์ เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการคงคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่สำหรับการทำการตลาดตั้งเเต่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 การนำ AI เข้ามาปรับใช้ยิ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขายสินค้าให้กับผู้ประกอบการได้มากกว่าเดิม เพราะ AI สามารถช่วยวิเคราะห์ ติดตาม และจดจำอารมณ์ของลูกค้า ทำให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที ทั้งยังสามารถเสนอขายสินค้าที่ตรงต่อความต้องการให้กับกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุดอีกด้วย
4. เทรนด์ซื้อ-ส่งแบบเหมา
อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรงคือ เทรนด์การซื้อสินค้าและการส่งแบบเหมา ๆ โดยจะเป็นการรวมกลุ่มกันซื้อสินค้าในจำนวนมาก เพื่อให้ได้สินค้าราคาถูก และช่วยประหยัดค่าจัดส่ง ซึ่งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและมาร์เก็ตเพลสหลายราย ได้หันมาให้บริการในระบบนี้กันมากขึ้น โดยเทรนด์การซื้อ-ขายในรูปแบบนี้ ยังจะช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดต้นทุนค่าบรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่งได้อีกด้วย
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจและต้องการขายสินค้าแบบขายส่งในจำนวนมาก ๆ บนช่องทางออนไลน์ของตนเอง จำเป็นต้องมีระบบจัดการคลังสินค้าที่มีคุณภาพ การใช้บริการ Fulfillment คลังสินค้าออนไลน์ เป็นหนึ่งในตัวช่วยบริหารจัดการสต๊อกหลังบ้าน ให้จัดส่งสินค้าให้ครบถ้วนตรงตามออเดอร์และส่งถึงมือลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
5. เทรนด์ On-Demand Commerce
แต่เดิมการสั่งสินค้าแบบส่งด่วนทันใจ หรือการขายสินค้าออนไลน์แบบ On-Demand Commerce มักจะเกิดขึ้นกับการส่งสินค้าที่เป็นอาหารและเครื่องดื่มเป็นหลัก แต่ในช่วงครึ่งปี 2023 และต่อไปหลังจากนี้ ความต้องการในการจัดส่งสินค้าแบบวันต่อวันจะเพิ่มสูงมากขึ้น เพราะพฤติกรรมของลูกค้าที่ไม่ต้องการรอสินค้านาน ๆ ทำให้เทรนด์การขายแบบ On-Demand ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างเหมาะสม
สำหรับสิ่งที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวตามเทรนด์ On-Demand Commerce ได้ทัน คือการต้องมีบริการ Fulfillment ระบบจัดการคลังสินค้าที่ครบวงจร ครอบคลุมทั้งขั้นตอนในการจัดเตรียมสินค้า และจัดส่งถึงมือลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
6. เทรนด์ D2C (Direct to Consumer)
ด้วยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้า ที่หันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น นับเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการที่เป็นโรงงานผู้ผลิต ที่จะหันมาเปิดตลาดสินค้าออนไลน์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าในราคาที่ถูกลง เพราะตัดตัวกลางออกไปจากห่วงโซ่อุปทาน และยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วขึ้น
แต่การจะขายสินค้าตรงจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ นั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเลือกใช้บริการระบบจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ เข้ามาช่วยในการจัดการกับออเดอร์ของสินค้า รวมถึงการจัดเตรียมสินค้าให้พร้อม ก่อนการจัดส่งด้วยระบบขนส่งที่ปลอดภัย ให้สินค้าส่งถึงมือลูกค้าได้ทันเวลา ทั้งยังเป็นการสร้างความประทับใจและจูงใจลูกค้าให้กลับมาซื้อสินค้าอีกครั้ง เช่น บริการ Fulfillment คลังสินค้าออนไลน์
7. เทรนด์คอนเทนต์วิดีโอสั้นยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ส่วนเทรนด์ครึ่งปีหลัง 2023 สุดท้ายที่เราขอนำมาแบ่งปันกัน คือเทรนด์การสร้างคอนเทนต์วิดีโอสั้น สำหรับเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับและสินค้า ทั้งยังช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าให้มาสนใจในแบรนด์สินค้าเพิ่มมากขึ้นได้ด้วย
7 ประเภทสินค้ายอดนิยมบนแพลตฟอร์มออนไลน์
ในการที่จะแข่งขันในตลาด E-Commerce ได้นั้น นอกจากต้องอัปเดตเทรนด์การตลาดแล้ว ยังต้องรู้ด้วยว่าอะไรคือสินค้าที่คนนิยมซื้อบนแพลตฟอร์มออนไลน์มากที่สุด โดยเรามี 7 ประเภทสินค้ามาแนะนำกัน
1. สุขภาพและความงาม
กระแสของคนรักสุขภาพที่หันมาใส่ใจตนเอง ไม่ใช่เพียงเพื่อให้มีร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังต้องการสร้างความสวยงามให้กับรูปร่างและผิวพรรณด้วย ทำให้สินค้าประเภทที่ช่วยดูแลสุขภาพและความงาม อย่างผลิตภัณฑ์อาหารเสริมยังคงเติบโต และขายได้ในตลาดออนไลน์อย่างต่อเนื่อง
2. สินค้าแฟชั่น
สินค้าที่มาไวไปไวอย่างสินค้าแฟชั่น เป็นอีกหนึ่งประเภทสินค้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับการค้าขายในตลาดออนไลน์ เนื่องด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มักอัปเดตแฟชั่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์อยู่แล้ว เมื่อเห็นสินค้าที่ตรงต่อความนิยม และสามารถสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ ก็จะตัดสินใจสั่งซื้อได้อย่างง่ายดาย
3. ของใช้ส่วนตัว
สำหรับสินค้ามาแรงที่นิยมขายกันทางออนไลน์กันมากขึ้น คือของใช้ส่วนตัวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน เนื่องจากมีหลากหลายผู้จัดจำหน่ายให้เปรียบเทียบราคาและคุณภาพของสินค้า อีกทั้งยังไม่ต้องเสียเวลาออกไปซื้อสินค้าข้างนอกด้วย
4. Gadget อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
Gadget และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เป็นอีกหนึ่งสินค้ายอดนิยมในตลาดออนไลน์ เนื่องจากมีหลากหลายแบรนด์ หลากหลายฟังก์ชันให้เลือกใช้งาน พร้อมกับโปรโมชันสุดพิเศษจากทางร้าน ช่วยให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าที่โดนใจในราคาที่ตนเองเอื้อมถึง โดยไม่ต้องเสียเวลาไปเดินหาสินค้าจากหลาย ๆ แหล่งอีกต่อไป
5. เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง
ด้วยระบบจัดการคลังสินค้าแบบครบวงจร รวมถึงการขนส่งโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ จึงช่วยให้การขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ทำให้การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านกลายเป็นอีกหนึ่งประเภทสินค้า ที่นิยมสั่งซื้อทางออนไลน์กันมากขึ้น
ที่สำคัญ สินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งต่าง ๆ ที่จำหน่ายอยู่บนช่องทางออนไลน์ ยังมีดีไซน์ ราคา และคุณภาพให้เลือกตามกำลังในการซื้อของผู้บริโภคอีกด้วย
6. อาหารแห้ง เครื่องดื่ม
อาหารแห้งและเครื่องดื่ม เป็นสินค้าอีกหนึ่งประเภทที่นิยมสั่งซื้อกันทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากความสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวลาไปเลือกซื้อสินค้าถึงที่ร้าน ทั้งยังสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อสินค้าจากร้านไหน จะอยู่คนละพื้นที่หรือคนละจังหวัดก็สั่งซื้อได้ ง่าย สะดวก และรวดเร็ว
7. อาหารสดและผลไม้
อีกหนึ่งสินค้าที่ได้รับความนิยมในการสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์มากขึ้นในปัจจุบัน คือสินค้าประเภทผักสดและผลไม้ โดยเฉพาะที่ส่งตรงมาจากสวน เนื่องจากผู้บริโภคมีความมั่นใจในคุณภาพ และรสชาติ รวมถึงความสดใหม่
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรเลือกใช้บริการระบบจัดการคลังสินค้า อย่างบริการ Fulfillment ที่เป็นบริการคลังสินค้าออนไลน์ครบวงจร ตั้งแต่การเก็บ แพ็ค และส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภค เพื่อการจัดการสต๊อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้สินค้าคงค้างอยู่ในสต๊อกนานจนเน่าเสีย รวมถึงมีบริการขนส่งที่ควบคุมอุณหภูมิเพื่อช่วยคงความสดของผักผลไม้ เพื่อส่งมอบให้ถึงมือผู้บริโภคในระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ได้อีกด้วย
ทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่ผู้ประกอบการที่ต้องการเติบโตในตลาด E-Commerce จำเป็นต้องรู้เอาไว้ และปรับตัวให้ทัน เพื่อให้สามารถแข่งขันในธุรกิจนี้ได้อย่างมั่นคง และสำหรับผู้ประกอบการที่มองหาตัวช่วยที่จะมาเพิ่มขีดความสามารถในการขายสินค้าออนไลน์ SCGJWD มีบริการ Fulfillment เก็บ-แพ็ค-ส่งสินค้าให้กับลูกค้าปลายทางอย่างครบวงจร ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าทางออนไลน์ ทั้งธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ และยังมีระบบจัดการคลังสินค้าออนไลน์ครบจบในที่เดียว ที่จะช่วยให้การรับออเดอร์ การจัดเก็บสินค้า บริการแพ็คสินค้า รวมถึงการจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าปลายทางได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน