มีหลายองค์ประกอบกว่าที่รถยนต์หนึ่งคันจะส่งถึงมือของลูกค้าปลายทาง และหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์ คือ Automotive Logistics หรือโลจิสติกส์ยานยนต์ ที่มีบทบาทสำคัญในการวางแผนและดำเนินการตลอดกระบวนการขนส่งรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ เพื่อสร้างประสิทธิภาพและบริการที่มีคุณภาพสูงสุดในต้นทุนที่คุ้มค่ามากที่สุด
ความสำคัญของ Automotive Logistics
Automotive Logistics หรือโลจิสติกยานยนต์ เป็นหนึ่งในห่วงโซอุปทาน (Supply Chain) ที่สำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ ทำหน้าที่จัดการและขนส่งสินค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ ครอบคลุมทั้งการจัดส่งชิ้นส่วนอุปกรณ์ และวัตถุดิบสำหรับการผลิต ไปจนถึงการจัดส่งรถยนต์สำเร็จรูปจากโรงงานไปยังดีลเลอร์ หรือผู้บริโภค นอกจากการขนส่งแล้ว Automotive Logistics ยังมีบทบาทสำคัญในการจัดเก็บสินค้า การควบคุมคุณภาพ และบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดอีกด้วย
อุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย ถือเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และมีความสำคัญต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของไทย รวมทั้งยังเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาลไทยให้การส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง เพราะไทยเป็นฐานผลิตและส่งออกยานยนต์สำคัญของโลก และในปี 2566 สินค้ากลุ่มยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกอันดับ 1 ของไทย หากดูแนวโน้มปริมาณการผลิตรถยนต์ในช่วงปี 2568-2569 คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นจากหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งภาคธุรกิจและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น กลยุทธ์ส่งเสริมการขายที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง และแนวโน้มการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ทั้งปริมาณการผลิตและการส่งออกมีแนวโน้มเติบโตขึ้นด้วย Automotive Logistics จึงมีบทบาทสำคัญมาก เพราะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยซัพพอร์ตและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความท้าทายของ Automotive Logistics ในยุครถ EV
จากการตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมและความเข้าใจในเทคโนโลยีรถไฟฟ้าที่มีมากขึ้น ทำให้ความนิยมของรถไฟฟ้าทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าอาจจะต้องเผชิญกับความกดดันจากการแข่งขัน การผลิต และส่วนประกอบสำคัญที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้งยังสร้างความท้าทายด้านต่าง ๆ ให้กับ Automotive Logistics ด้วยเช่นกัน ซึ่งความท้าทายที่การขนส่งรถยนต์ต้องเจอ พอสรุปได้ดังนี้
1. การขนส่งแบตเตอรี่
สิ่งท้าทายที่สำคัญเเละความแตกต่างจากการขนส่งรถยนต์สันดาปคือ การขนส่งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ที่เป็นสินค้าอันตราย มีน้ำหนักมาก ไวต่อการกระแทก ดังนั้นการขนส่งต้องอยู่ภายใต้กฏระเบียบที่เข้มงวด ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม เพราะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ดังนั้นผู้ให้บริการ Automotive Logistics จึงต้องดูแลการขนส่งตั้งแต่การบรรจุหีบห่อ การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม รวมทั้งการลดความเสี่ยงอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดการรั่วไหล
2. ต้นทุนที่สูงกว่าการขนส่งรถยนต์ทั่วไป
การขนส่งรถ EV มีต้นทุนที่สูงกว่า ทั้งในแง่ของอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการขนส่ง และต้นทุนการขนส่งจากน้ำหนักของรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการจัดการสินค้าคงคลังที่ซับซ้อนขึ้น เนื่องจากมีชิ้นส่วนหลากหลายประเภทมากขึ้น ดังนั้น การบริหารต้นทุนจึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญสำหรับ Automotive Logistics จึงจะเห็นได้ว่า ธุรกิจ
โลจิสติกส์ทั่วโลกหันมาลงทุนในเทคโนโลยี เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการคลังสินค้าและการขนส่ง เช่น การใช้เทคโนโลยี AI อย่างหุ่นยนต์ และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เพื่อช่วยจัดการและวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเส้นทางการขนส่ง หรือ การใช้ IoT เพื่อควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม หรือติดตามสินค้าระหว่างขนส่ง เป็นต้น
3. การลงทุนในระบบขนส่งที่ยั่งยืน
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น คือ การตระหนักรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ผู้ให้บริการ Automotive Logistics จึงควรพิจารณาถึงการวางแผนในระบบขนส่งที่ตอบสนองต่อกฎระเบียบด้านการปล่อยคาร์บอน เช่น การใช้รถบรรทุกไฟฟ้า หรือรถพลังงานสะอาดในการขนส่ง ซึ่งคลังสินค้าหรือลานจัดเก็บ จำเป็นต้องปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้รองรับการชาร์จรถ EV หรือการวางแผนขนส่งแบบ Milk Run ที่ใช้รถขนส่งคันเดียวไปรับหรือส่งสินค้าหลายจุดในเส้นทางเดียวกัน เพื่อลดการปล่อยมลพิษ และประหยัดต้นทุน เป็นต้น
4. การพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
ชิ้นส่วนและส่วนประกอบของรถยนต์ไฟฟ้าหลายชิ้นส่วนถือเป็นสินค้าอัตราย ดังนั้น บุคลากรที่จำเป็นจะต้องทำงานเกี่ยวข้องกัยการดูแลสินค้าคงคลัง หรือการขนส่งรถยนต์ไฟฟ้า จำเป็นจะต้องได้รับการอบรบเกี่ยวกับการจัดการแบตเตอรี่ การซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกี่ยวกับ EV อยู่เสมอ
เทคโนโลยีสำคัญใน Automotive Logistics
Automotive Logistics พัฒนาขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับในอดีต ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาเพื่อยกระดับการขนส่งยานยนต์ให้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนขึ้นของผู้บริโภค
1. Internet of Things
Internet of Things หรือ IoT คือ การเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เพื่อรับ-ส่ง และเก็บข้อมูลระหว่างกันได้อย่างง่ายดายผ่านอินเทอร์เน็ต สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา ทำให้สามารถติดตามยานพาหนะและสภาพสินค้า เช่น อุณหภูมิ การสั่นสะเทือนตลอดการขนส่งแบบเรียลไทม์
2. Warehouse Automation
การใช้เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธฺภาพในการจัดการคลังสินค้า ตั้งแต่การจัดเก็บ การเลือก การขนย้าย และการจัดส่งสินค้า เช่น หุ่นยนต์ (Robotics) สำหรับขนย้ายหรือจัดเรียงสินค้า ระบบสายพานลำเลียง (Conveyor Systems) ระบบจัดการคลังสินค้า (WMS) เป็นต้น
3. Blockchain
เทคโนโลยี Blockchain เข้ามาช่วยจัดการข้อผิดพลาดให้กับกระบวนการทางด้านโลจิสติกส์ เพิ่มความสามารถในการจัดการ และลดความขัดแย้งทางข้อมูล เพราะข้อมูลที่อยู่บน Blockchain ทั้งหมดจะมีการลงบันทึกวันและเวลาที่แน่ชัด ทำให้ไม่สามารถปลอมแปลงได้ โดยสามารถใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อติดตามที่มาของชิ้นส่วน บริหารจัดการเอกสารสัญญา เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการได้
4. Cloud Computing
เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเก็บและประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างสะดวกและยืดหยุ่น เพราะไม่จำเป็นจะต้องมีเครื่องแม่ข่ายหรือพื้นที่เก็บข้อมูล เพราะข้อมูลจะถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ในคลาวด์ (Cloud Server) ที่ปลอดภัย และเชื่อมโยงระบบต่าง ๆ เข้าด้วยกันผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ รวมทั้งยังสามารถปรับขนาดได้ตามความต้องการขององค์กร ช่วยให้ลดต้นทุนในการบำรุงรักษาระบบได้ด้วย
Automotive Logistics ตอบโจทย์ผู้ประกอบการอย่างไร
1. นำเสนอโซลูชันการขนส่งที่เหมาะสม
Automotive Logistics จะช่วยวางแผนและออกแบบรูปแบบการขนส่งที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับความคุ้มค่าและประหยัดต้นทุนมากที่สุด เช่น การวางแผนเส้นทางที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด การขนส่งแบบ Milk Run ที่ใช้รถขนส่งคันเดียวไปรับหรือส่งสินค้าหลายจุดในเส้นทางเดียวกัน เพื่อลดการปล่อยมลพิษ และประหยัดต้นทุน เป็นต้น
2. เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันในตลาด
การใช้บริการ Automotive Logistics ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการจัดเก็บและการขนส่ง จะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการได้อย่างตรงประเด็น และนำเสนอบริการที่มีคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า ทั้งยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าปลายทาง
3. บริการที่ยืดหยุ่นรองรับธุรกิจทุกขนาด
Automotive Logistics มีการบริการที่ยืดหยุ่น สามารถปรับรูปแบบการบริการได้ตามความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละเจ้าที่มีความต้องการแตกต่างกัน รวมทั้งยังมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจอย่างเหมาะสม
4. การดำเนินการที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
เทอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่การจัดเก็บ ไปจนถึงการขนส่งถึงมือลูกค้าปลายทาง ซึ่งนอกจากเรื่องความโปร่งใสแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละกระบวนการด้วย เพราะหากตรวจสอบแล้วพบปัญหา ก็สามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
จะเห็นได้ว่า Automotive Logistics ไม่ได้เป็นเพียงการขนส่งสินค้า แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ดำเนินไปอย่างราบรื่นในยุคที่การแข่งขันสูงขึ้นและความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลายมากขึ้น
SCGJWD ผู้ให้บริการคลังและลานจัดเก็บรถยนต์และส่วนประกอบครบวงจร พร้อมนำเสนอนวัตกรรมซอฟต์แวร์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลทุกขั้นตอนผ่านระบบออนไลน์ และติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ มั่นใจในการบริการด้วยประสบการณ์ให้บริการกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำในไทย ญี่ปุ่น และยุโรป
บริการจาก SCGJWD
- บริการจัดการคลังชิ้นส่วนยานยนต์และลานจอดพักรถยนต์บนพื้นที่ทั่วไปและพื้นที่เขตปลอดอากร
- บริการรับบริหารจัดการคลังและรถยนต์บนพื้นที่ผู้ผลิต (Onsite Yard and Warehouse Management)
- บริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนส่งมอบ (Pre-Delivery Inspection)
- บริการการซ่อมแซมสีและลบรอยตำหนิก่อนส่งมอบ (Light Repair)
- บริการขนส่งสินค้าแบบ Milk Run
- บริการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับจัดการสินค้า
- บริการขนส่งรถยนต์ทั่วประเทศและขนส่งข้ามชายแดน
- บริการเสริมพิเศษอื่นๆและบริการให้คำปรึกษาระบบงานด้านโลจิสติกส์
สนใจใช้บริการ Automotive Logistics ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-710-4000 / 02-586-1979 และช่องทางไลน์ LINE : @SCGJWD
ที่มา :
www.thairath.co.th
www.caranalytics.co.uk
www.krungsri.com