การขนส่งควบคุมอุณหภูมิ จะช่วยรักษามาตรฐานและคุณภาพของสินค้าประเภทอาหารได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอาหารแช่แข็ง อาหารแช่เย็น เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์จากนม หรือสินค้าอาหารอื่นๆ อีกมากมาย โดยการขนส่งควบคุมอุณหภูมิจะได้รับการควบคุมอุณภูมิระหว่างขนส่งเพื่อรักษาคุณภาพอาหารตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงมือผู้รับปลายทาง
ทำไมธุรกิจอาหารรูปแบบ B2B จึงควรปรับตัวเป็น B2B2C เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคปลายทางได้มาก
จากการเพิ่มขึ้นของแพลตฟอร์ม e-Commerce ในปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น การโฟกัสเฉพาะ B2B ในแบบเดิมอาจทำให้ธุรกิจไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ทันกับความคาดหวังของผู้บริโภค รวมทั้งสร้างความเสียเปรียบเมื่อต้องแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด โดยเฉพาะการต้องเสียค่าดำเนินการ GP (Gross Profit) หรือส่วนแบ่งการขายที่เยอะ เนื่องจากเป็นการขายผ่านนายหน้าหรือตัวแทนจำหน่าย ซึ่งธุรกิจจะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้หากขายสินค้าให้กับผู้บริโภคปลายทางได้โดยตรง
และด้วยการระบาดของ Covid-19 ที่ทำให้พฤติกรรมการซื้ออาหารของผู้คนเกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เช่น การซื้ออาหารสดผ่านช่องทางออนไลน์ การสั่งอาหารรูปแบบเดลิเวอรี่จัดส่งอาหารถึงบ้าน ไปจนถึงการทำอาหารเพื่อรับประทานด้วยตัวเองเพื่อความมั่นใจด้านสุขอนามัย ทำให้เป้าหมายหลักของธุรกิจอาหาร B2B หลายแห่งเปลี่ยนเป็นการทำให้สินค้าอยู่ใกล้ผู้บริโภคปลายทางมากที่สุด เมื่อผู้บริโภคเกิดความต้องการในสินค้า ธุรกิจต้องสามารถตอบสนองความต้องการได้ในเวลาอันรวดเร็ว ให้เหมือนกับสินค้าอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือของผู้บริโภคเท่านั้น
เมื่อผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธุรกิจจึงต้องขยับตามเพื่อปรับเปลี่ยนให้ทันด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจอาหารส่วนใหญ่จึงพยายามหา Alternative Channels หรือช่องทางการขายที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ด้วยการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้ตรงกับความต้องการ ไลฟ์สไตล์และค่านิยมของผู้บริโภค เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ ทำให้สินค้าเป็นที่ต้องการจนเกิด Brand Loyalty ตามมาในที่สุด
และหากต้องการให้เกิด Brand Loyalty การรักษาอาหารให้สดใหม่ ปลอดภัยและมีคุณภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากไม่สามารถทำได้อาจก่อให้เกิดปัญหาในการดำเนินธุรกิจ เช่น เกิดการร้องเรียนจากลูกค้าบ่อยครั้ง ทำให้ธุรกิจมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีจนยอดขายลดลง ส่งผลให้ต้องหยุดกิจการชั่วคราวหรือถึงขั้นปิดตัวลงได้ ดังนั้น ธุรกิจจึงต้องเลือกวิธีขนส่งอาหารที่มีประสิทธิภาพ เพื่อการขนส่งที่รวดเร็วและสามารถรักษาคุณภาพของอาหารไว้ได้ตลอดการขนส่ง อย่างการขนส่งควบคุมอุณหภูมิ เพื่อให้ก้าวทันโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หลายธุรกิจได้มีการปรับตัว ไม่จำกัดอยู่ที่ B2B หรือ B2C เท่านั้น จึงเกิดเป็นรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ อย่าง B2B2C (business-to-business-to-consumer) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคปลายทาง (end-consumer) โดยเฉพาะ
อ่านเพิ่มเติม : จาก B2B สู่การเป็น B2B2C การปรับตัวเพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจ
สิ่งที่ธุรกิจต้องเตรียมพร้อมเพื่อสร้างมาตรฐานในการขนส่งอาหาร
ตั้งแต่การบริหารจัดการ การแพ็คสินค้าไปจนถึงการเลือกวิธีขนส่ง อย่างการขนส่งควบคุมอุณหภูมิ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของอาหาร ธุรกิจจึงต้องเตรียมทุกขั้นตอนในการขนส่งให้พร้อม เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคปลายทางจะได้รับอาหารที่สดใหม่และมีคุณภาพ
คัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพและใช้บรรจุภัณฑ์ที่ดี
- เตรียมสินค้า หากต้องการให้ผู้บริโภคประทับใจก็ต้องเริ่มต้นจากอาหารที่จำหน่ายต้องมีคุณภาพดี สดใหม่ ปลอดภัย สะอาดและถูกสุขลักษณะ หากตรวจสอบแล้วเจอจุดที่มีความเสียหายควรทิ้งทันทีเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
- เก็บสินค้าเพื่อรอแพ็ค เมื่อเตรียมอาหารที่ต้องจัดส่งเรียบร้อยแล้วให้เก็บไว้ในสถานที่ที่มีอุณหภูมิและระดับความชื้นที่เหมาะสม รวมทั้งหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดไม่ให้ส่องโดนอาหารเพราะอาจทำให้คุณภาพของอาหารลดลงหรือเน่าเสียได้
- แพ็คสินค้า ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับอาหารแต่ละประเภท อาหารบางชนิดต้องบรรจุในกล่องหรือถุงที่แห้งและปิดสนิท เพื่อป้องกันน้ำและความชื้นระหว่างขนส่ง
ใช้กระบวนการขนส่งควบคุมอุณหภูมิที่มีประสิทธิภาพ
อาหารเป็นสินค้าที่สามารถปนเปื้อนได้ง่าย พนักงานฝ่ายขนส่งทุกคนควรได้รับการฝึกอบรมในด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดีในการดูแลอาหาร เพื่อรักษาคุณภาพของอาหารให้คงที่ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง รวมทั้งจัดการการสื่อสารระหว่างต้นทาง พนักงานขับรถขนส่ง และผู้รับปลายทางให้มีความราบรื่นตลอดการเดินทางรวมถึงรถที่ใช้ในการขนส่งควรอยู่ในสภาพที่ดี มีอุณหภูมิที่คงที่และเหมาะสมในการเก็บรักษาอาหารแต่ละประเภท สิ่งสำคัญคือต้องคำนวณอายุของอาหารควบคู่กับระยะทางจากต้นทางถึงปลายทางเพื่อเลือกวิธีการขนส่งที่ดีที่สุด แนะนำให้ใช้รถขนส่งที่มีความสามารถในการแช่แข็ง แช่เย็นหรือมีการควบคุมอุณหภูมิ
ดังนั้น รถที่ใช้ในการขนส่งอาหารจึงควรใช้ “รถขนส่งห้องเย็น” ซึ่งเป็นประเภทรถที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้อาหารมีความสดใหม่ตลอดการขนส่ง ช่วยให้การขนส่งควบคุมอุณหภูมิได้อย่างเหมาะสม
สิ่งที่ควรรู้เมื่อต้องขนส่งควบคุมอุณหภูมิ
หากมองแบบผิวเผิน การขนส่งอาหารให้ถึงปลายทางอาจดูง่าย เพียงเตรียมสินค้า แพ็คสินค้า โหลดขึ้นรถและขนส่งไปยังปลายทาง ธุรกิจหลายแห่งจึงจัดการกระบวนการขนส่งเองทั้งหมด
แต่ในความเป็นจริง การขนส่งอาหารมีความยุ่งยากและไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ทั้งโอกาสสูญเสียเงินจำนวนมากเพราะอาหารเน่าเสียระหว่างการขนส่ง หรือการใช้เวลาขนส่งนานจนคุณภาพของอาหารลดลงหรือหมดอายุก่อนถึงปลายทาง อาจทำให้เกิดปัญหาไม่สามารถขายสินค้านั้นได้เนื่องจากผู้บริโภคปลายทางไม่พึงพอใจในคุณภาพอาหารที่ได้รับ
ดังนั้น ธุรกิจจึงต้องรับมือกับข้อควรระวังและปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้การขนส่งอาหารมีความราบรื่น ปลอดภัยและปราศจากความเสียหาย
1. การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น
การขนส่งอาหารจำเป็นต้องใช้การขนส่งควบคุมอุณหภูมิ ควรเลือกรถที่สามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับอาหารแต่ละประเภทได้ เพื่อรักษาความปลอดภัย ความสดใหม่และคุณภาพอาหารในขณะขนส่ง เช่น อาหารบางประเภทต้องเก็บไว้ในที่เย็นเนื่องจากแบคทีเรียและเชื้อโรคสามารถเติบโตได้เมื่ออุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น หรือรถที่ขนส่งไม่สามารถควบคุมความเย็นได้ ทำให้ต้องใช้วิธีแพ็คกล่องโฟมและใช้ถุงน้ำแข็งช่วยทำความเย็นให้กับอาหาร ซึ่งอาจส่งผลให้อาหารอยู่ในสภาพแวดล้อมอุณหภูมิที่ไม่คงที่ จนเกิดความเสียหายจากความชื้นและน้ำที่มาจากการละลายของน้ำแข็งทำความเย็น
การจัดการ Cold Chain Logistics ไม่เหมือนกับการจัดการ Logistics ทั่วไป เพราะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี มีประสบการณ์ตรงในด้านการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ และคุ้นเคยกับกระบวนการและ Protocol ในการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิทั้งหมด การขาดประสิทธิภาพและประสบการณ์ เช่น มีการบริหารขนส่งที่ไม่ดี เกิดการปฏิบัติงานที่ผิดพลาด และต้องจัดการแก้ปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดเหล่านี้ ส่งผลให้ต้นทุนในการขนส่งเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
3. มีต้นทุนสูงกว่าการขนส่งสินค้าทั่วไป
การขนส่งอาหารจำเป็นต้องใช้การขนส่งควบคุมอุณหภูมิ หากธุรกิจบริหารกระบวนการขนส่งอาหารเองทั้งหมด จะต้องยอมรับในเรื่องของต้นทุนที่มากกว่าการขนส่งสินค้าทั่วไป เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับระบบทำความเย็น จำเป็นต้องลงทุนกับอุปกรณ์และรถขนส่งที่เหมาะสมเพื่อให้อาหารถึงปลายทางอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
โดยทั่วไปสำหรับธุรกิจอาหาร ค่าขนส่งคิดเป็นประมาณ 5% ของต้นทุนสินค้าที่ขาย หรือประมาณ 3% ของยอดขายโดยเฉลี่ย แต่เปอร์เซ็นต์นี้มักเปลี่ยนแปลงเมื่อมีความผันผวนในตลาดและจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ เช่น ราคาน้ำมัน ตลาดแรงงาน ฯลฯ ทุกอย่างล้วนมีผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง
รวมทั้งธุรกิจที่จำหน่ายอาหารแบบ Dynamic หรืออาหารที่ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา มียอดขายที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เมื่อจัดการด้านขนส่งเอง แม้ยอดขายและรายได้จะน้อย ธุรกิจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายการขนส่งสินค้าแบบเหมาเต็มคัน ไม่ใช่ต่อจำนวนกล่องสินค้า
บริการขนส่งควบคุมอุณหภูมิจาก SCGJWD
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการขนส่งอาหารทั้งหมดนี้สามารถแก้ไขได้ด้วย บริการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิจาก SCGJWD ป้องกันความเสี่ยงจากการขนส่งอาหารที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในทุกๆ ประเภทสินค้า ครอบคลุมทุกประเภทรถเพื่อการขนส่ง มีให้เลือกทั้ง 4 ล้อ, 6 ล้อ, 10 ล้อ และรถเทรลเลอร์ ที่สามารถให้บริการจัดเก็บสินค้าได้ทุกอุณหภูมิ (Full range temperature control) ตั้งแต่แบบแช่แข็ง (-20°C ถึง -25°C) และแบบแช่เย็น (0°C ถึง +10°C) และการจัดเก็บสินค้าที่อุณหภูมิห้อง (+20°C ถึง +25°C)
โดยรถทุกคันมีการติดตั้งระบบติดตาม GPS ที่สามารถตรวจติดตามค่าของอุณหภูมิภายในรถบรรทุกห้องเย็นได้ตลอดเวลาขณะที่รถปฏิบัติงาน ทำให้มั่นใจได้ว่าเราให้ความสำคัญกับสินค้าของลูกค้าตลอดเวลาขนส่งสินค้าแช่เย็น รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการขนส่ง เพื่อให้มั่นใจว่าจะถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ พนักงานขับรถทุกคนได้ผ่านการอบรมการขับขี่อย่างปลอดภัยก่อนปฏิบัติหน้าที่ในการขนส่งสินค้าแช่เย็นกับเรา โดยมีศูนย์ควบคุมและบริหารระบบโลจิสติกส์ (Logistics Command Center) เป็นสื่อกลางคอยทำหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบเส้นทางเดินรถ ตรวจจับความผิดปกติของรถ และอุณหภูมิตลอดการขนส่ง 24 ชั่วโมง (Real-time GPS Tracking 24/7)
ทำไมจึงควรใช้บริการขนส่งควบคุมอุณหภูมิจาก SCGJWD แทนการบริหารกระบวนการขนส่งด้วยตัวเอง
- มีการออกแบบให้การขนส่งมี Cost Saving มากที่สุด จ่ายเท่าที่ใช้จริง ไม่ต้องจ่ายรถทั้งเที่ยวซึ่งไม่คุ้มทุนหากส่งจำนวนไม่เยอะ
- คิดค่าบริการเป็น บาท/Drop หรือ บาท/กล่อง ไม่จำกัดจำนวน Drop ในการขนส่งต่อเที่ยว
- ธุรกิจอาหารสามารถ Support การสั่งซื้อของลูกค้าได้มากกว่าเดิมเป็น 2 เท่า
- สามารถประหยัด Cost ค่าขนส่งลงมาได้ถึง 5-15%
- รองรับสินค้าทุกอุณหภูมิ ปกติ เย็น แช่เข็ง และทุกปลายทาง
- ไม่ต้องบริหารรถขนส่งเอง สามารถไปโฟกัสกับสินค้าและธุรกิจได้อย่างเต็มที่ ให้ผู้เชี่ยวชาญจาก SCGJWD เป็นคนดูแล ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดความผิดพลาดจาก Human Error