ขยายร้านอาหารอย่างไร? ให้รักษามาตรฐานเหมือนกันทุกสาขา

ขยายร้านอาหารอย่างไร ให้รักษามาตรฐานเหมือนกันได้ทุกสาขา


การขยายสาขาร้านอาหาร

การขยายสาขาร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นสาขาที่ 2 หรือสาขาที่ 100 ควรมีการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ และการปรุงรสชาติอาหารให้เหมือนกัน ซึ่งความเหมือนกันนี้เป็นมาตรฐานสำคัญเมื่อมีการเปิดสาขาใหม่ หากไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อาจทำให้ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจเกิดความเสียหายจากกระแสด้านลบได้

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

การขยายสาขาร้านอาหาร

ทำไมการควบคุมมาตรฐานของร้านอาหารให้เหมือนกันในแต่ละสาขาจึงมีความสำคัญ

เมื่อผู้บริโภคทราบว่าร้านอาหารร้านโปรดที่เคยอุดหนุนบ่อยครั้งได้ขยายมาเปิดสาขาใหม่ในทำเลใกล้บ้าน ส่วนใหญ่มักจะตามมาด้วยความคาดหวังว่าอาหารของสาขาที่เปิดใหม่นี้จะสร้างความประทับใจได้เหมือนกับสาขาหลักที่มี Unique Selling Points (USP) จากรสชาติอาหารที่ลงตัว มีเอกลักษณ์ ไปจนถึงการใช้เครื่องปรุงและวัตถุดิบที่มีคุณภาพ

จะเห็นว่าคุณภาพและรสชาติของอาหารมีความสำคัญมากสำหรับธุรกิจ เพราะปัจจัยเหล่านี้จะช่วยสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดี ทำให้ร้านอาหารสามารถโดดเด่นท่ามกลางการแข่งขันที่สูงได้

แม้จะทราบดีว่าการรักษามาตรฐานให้เหมือนกันทุกสาขาเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ในความเป็นจริงเมื่อมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้น ร้านอาหารหลายแห่งกลับมองข้ามความสำคัญของคุณภาพอาหาร เมนูในร้านอาจมีการตวงและการปรุงตามสูตรเพื่อให้รสชาติอาหารเหมือนกันทุกสาขา แต่วัตถุดิบ ส่วนผสมและเครื่องปรุงไม่มีความสดใหม่ ไม่มีคุณภาพและความปลอดภัย ก็อาจทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยนไปได้เช่นกัน

ธุรกิจร้านอาหาร

สิ่งที่ควรเตรียมพร้อมเพื่อสร้างมาตรฐานให้กับร้านอาหารทุกสาขา

1. สร้าง Central Menu Management

Central Menu Management จะช่วยให้ร้านอาหารสามารถจัดการเมนูได้ทุกสาขาด้วยซอฟต์แวร์หรือเทคโนโลยี POS หากร้านอาหารมีการเปลี่ยนแปลงรายการเมนู ก็สามารถแก้ไขจากส่วนกลางได้ทันที ไม่จำเป็นต้องไปที่สาขาเพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงแบบเดิมซ้ำๆ ทำให้ร้านอาหารสามารถเตรียมพร้อม วางแผน และจัดการเมนูอาหารได้ง่ายขึ้น ทั้งยังช่วยขจัดความคลาดเคลื่อนของการสื่อสารที่อาจส่งผลเสียต่อธุรกิจได้

2. ตรวจสอบสต็อกเครื่องปรุงและวัตถุดิบอยู่เสมอ

หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญของการบริหารสาขาร้านอาหาร คือ การจัดการสินค้าคงคลัง ต้องติดตามสต็อกเครื่องปรุงและวัตถุดิบที่ใช้ในหนึ่งวันของแต่ละสาขา เพื่อให้การหมุนเวียนของสต็อกเป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยการจัดเก็บสินค้าแบบ FEFO ซึ่งย่อมาจาก First Expired, First Out เป็นวิธีการจัดส่งสินค้า Stock Keeping Unit (SKU) เดียวกันที่หมดอายุเร็วที่สุดออกไปก่อน โดยไม่คำนึงถึงลำดับล็อตสินค้าว่าเข้ามายังคลังสินค้าก่อนหรือหลัง วิธีนี้จะช่วยลดความเสียหายจากการหมดอายุของสินค้า เนื่องจากสินค้าประเภทอาหารมักจะมี Shelf life ที่สั้นและไม่เท่ากันในแต่ละล็อต

ร้านอาหารจึงควรใช้รายงานสต็อกการเก็บวัตถุดิบแบบ real-time ที่สามารถตรวจสอบวันที่และวันหมดอายุได้ เพื่อให้ธุรกิจสามารถวางแผนและหลีกเลี่ยงไม่ให้วัตถุดิบหมดในขณะที่ให้บริการลูกค้า

นอกจากนี้ การตรวจสอบสต็อกยังช่วยลดการสูญเสียวัตถุดิบ ลดต้นทุนการเก็บรักษาและต้นทุนการบริหารคลังสินค้า เพราะหากร้านอาหารซื้อวัตถุดิบมากเกินไปในแต่ละครั้ง ต้องใช้พื้นที่ในการเก็บรักษามากขึ้น และมักจบลงด้วยการทิ้งเพราะเน่าเสียหรือหมดอายุก่อนจะได้นำไปใช้งาน และยังช่วยให้มีการตัดสินใจและการคาดการณ์ที่แม่นยำจากรายงานข้อมูลไม่ใช่จากการคาดเดา ว่าควรจะเพิ่มหรือลดสต็อกเครื่องปรุงและวัตถุดิบจำนวนเท่าไหร่เพื่อให้เพียงพอในการบริการลูกค้า 

ธุรกิจร้านอาหาร

3. สร้างมาตรฐานของรายการเมนูและสูตรอาหาร

การสร้างมาตรฐานของเมนูอาหาร จะช่วยควบคุมต้นทุนของวัตถุดิบต่างๆ และรักษามาตรฐานให้เหมือนกันในทุกสาขา เพราะเมื่อเปิดสาขาใหม่ ลูกค้าส่วนใหญ่มักต้องการอาหารแบบเดียวกับที่เคยสั่งซื้อ หรือหากมีเมนูพิเศษประจำวันก็ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อให้ทุกสาขามีเมนูพิเศษที่เหมือนกัน และเพื่อให้เมนูอาหารมีรสชาติเหมือนกันทุกสาขา ธุรกิจจำเป็นต้องมีสูตรอาหารที่เป็นมาตรฐานเช่นกัน โดยต้องคิดค้นสูตรและรายการอาหารพิเศษทั้งหมดที่ครัวกลางหรือสาขาหลัก 

สูตรอาหารควรเจาะจงลงไปถึงรายละเอียดที่ชัดเจน เช่น ขนาดและน้ำหนักของผัก/เนื้อ ปริมาณเครื่องปรุงและวัตถุดิบ กระบวนการทำอาหารและอุณหภูมิในการปรุง ไปจนถึงความเหมือนกันของอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นหม้อและกะทะที่ใช้ หรือแม้แต่อุปกรณ์พื้นฐานอย่างตะหลิว ทัพพี ก็ควรใช้แบบเดียวกัน เพื่อช่วยให้มั่นใจว่าคนทำอาหารในแต่ละสาขาจะปรุงอาหารให้เหมือนกันทุกอย่างเพื่อให้รสชาติและเอกลักษณ์ของอาหารตรงตามมาตรฐานของธุรกิจ

โดยสูตรเหล่านี้จะต้องได้รับการเผยแพร่ไปทุกสาขาเพื่อหลีกเลี่ยงความแตกต่างของรสชาติ เมื่อสูตรอาหารนี้ได้รับการปฏิบัติตามในทุกสาขา ไม่เพียงแต่จะคงความเหมือนกันเท่านั้น แต่ยังช่วยลดการสร้างขยะจากการทำอาหาร ลดความยุ่งยากและช่วยควบคุมต้นทุนในการสั่งเครื่องปรุงและวัตถุดิบคงคลังเพราะสามารถคาดการณ์ได้ว่าในหนึ่งวันต้องใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยรวมของ Chain ร้านอาหารทั้งหมด

อีกสิ่งที่สำคัญในการรักษามาตรฐานของสาขาร้านอาหาร คือ ทุกสาขาจะต้องได้รับเครื่องปรุงและวัถุดิบที่มีคุณภาพเหมือนกัน ร้านอาหารที่มีมากกว่า 1 สาขา มักจะมีการจัดส่งเครื่องปรุง ซอสต่างๆ และวัตถุดิบ เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล นมสด ฯลฯ จากครัวกลางหรือจากคลังสินค้าที่สต็อกของไว้ไปยังสาขา

แต่ข้อควรระวังคือ การเดินทางจากคลังสินค้าที่เก็บวัตถุดิบไปแต่ละสาขามีระยะทางไม่เท่ากัน หากใช้การขนส่งแบบไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิ อาจทำให้คุณภาพของวัตถุดิบเมื่อถึงปลายทางแต่ละสาขามีความแตกต่างกันได้ ธุรกิจจึงควรมี Partner ด้าน Logistics ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ธุรกิจได้รับบริการที่มีมาตรฐาน ช่วยประหยัดเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มความมั่นใจในเรื่องของการเก็บรักษาวัตถุดิบในคลังสินค้าและการขนส่งวัตถุดิบแบบควบคุมอุณหภูมิไปยังสาขาต่างๆ ให้มีคุณภาพเหมือนกันมากที่สุด

โลกมีการเชื่อมต่อกันมากขึ้น Internet of Things (IoT) ก็ได้เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และ Supply Chain ธุรกิจต่างๆ ได้รับประโยชน์จากการนำแนวทางใหม่นี้ไปใช้ในการดำเนินงาน เรียกว่า “Digital Logistics” ซึ่งคำจำกัดความที่ง่ายที่สุดของการทำให้เป็นดิจิทัลคือการรวบรวมข้อมูลจากการทำงานแบบแยกส่วน (Silo) มารวมกัน เพื่อให้เกิดมุมมองแบบองค์รวมของแต่ละกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ

อ่านเพิ่มเติม : DIGITAL LOGISTICS ยกระดับเทคโนโลยีโลจิสติกส์เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ

บริการคลังและขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิแบบครบวงจร จาก SCG Logistics

https://youtu.be/QdRytOvbyLQ

บริการคลังสินค้าครบวงจรสำหรับสินค้าควบคุมอุณหภูมิจาก SCG Logistics รองรับการขยายตัวของธุรกิจอาหาร และการเติบโตของบริการในกลุ่มธุรกิจโรงแรม (Hotel) ร้านอาหาร (Restaurant) และธุรกิจจัดเลี้ยง (Catering)  หรือ “ HORECA ” 

สามารถการันตีได้ว่าสินค้าของคุณจะถูกจัดเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้การขนส่งสินค้าสำหรับผู้ประกอบธุรกิจด้านอาหารเป็นไปอย่างราบรื่นและสามารถเพิ่มยอดขายได้ตามเป้าหมาย รักษาความสดใหม่ของสินค้าได้เมื่อสินค้าถูกจัดส่งถึงปลายทาง โดยสามารถให้บริการจัดเก็บสินค้าได้ทุกย่านอุณหภูมิ (Full range temperature control) ตั้งแต่  -25°C ถึง +25°C พร้อมบริการ Food Fulfillment Solution  บริการ เก็บ-แพ็ค-ส่งสินค้าแช่เย็น-แช่แข็ง

บริการคลังสินค้าที่สามารถตรวจสอบสถานะและการทำงานได้ง่าย 

บริหารจัดการบนระบบ WMS ระบบคลังสินค้าออนไลน์ที่มีความแม่นยำ และอัปโหลดแบบ Real-time ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้งานผ่านมือถือและเว็บไซต์ได้ สามารถเช็กสต็อกได้ทุกเมื่อ รวมไปถึงสามารถวางแผนบริหารจัดการสินค้าคงเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริการ Fulfillment มีการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด

ทั้งข้อมูลสินค้าและข้อมูลคำสั่งซื้อ เพื่อให้ธุรกิจสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาวางแผน การจัดการปริมาณสินค้า วางแผนการขาย การตลาด และการจัดโปรโมชั่นได้ง่าย รวมทั้งให้บริการแพ็คสินค้าและจัดส่ง พร้อมกับบริการอื่นๆ ครบวงจร มั่นใจได้ในบริการแพ็คของ-ส่งของ ว่าจะไปถึงปลายทางได้อย่างรวดเร็ว

หมดห่วงเรื่องการขนส่ง

ปัญหาทั้งหมดที่ธุรกิจ B2B ต้องเจอเมื่อมีการขนส่งอาหารสามารถแก้ไขได้ด้วยบริการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิจาก SCG NICHIREI LOGISTICS ป้องกันความเสี่ยงจากการขนส่งอาหารที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในทุกๆ ประเภทสินค้า ครอบคลุมทุกประเภทรถเพื่อการขนส่ง มีให้เลือกทั้ง 4 ล้อ, 6 ล้อ, 10 ล้อ และรถเทรลเลอร์ 

นอกจากนี้ สำหรับธุรกิจ B2C ยังมีบริการ Cool Ta-Q-Bin จาก SCG Express ซึ่งเป็นบริการขนส่งอาหารที่มีการดูแลระหว่างขนย้ายสินค้าจากคลังขึ้นรถห้องเย็นไปจนถึงการนำสินค้าจากรถส่งต่อไปยังตู้แช่หลายทางโดยไม่เสียอุณหภูมิ สามารถติดตามอุณหภูมิขณะขนส่งด้วยระบบ GPS เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะไม่เน่าเสียกลางทาง และสามารถจัดส่งแบบควมคุมอุณหภูมิได้คงที่โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำแข็งแห้งใส่กล่องโฟม จึงช่วยรักษาทั้งคุณภาพสินค้าและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ด้วยการมีบริการขนส่งอาหารที่เหมาะกับทั้งธุรกิจ B2B และ B2C นี้ ทำให้ตอบโจทย์การขยายธุรกิจอาหารรูปแบบ B2B2C ได้แบบครบวงจรมากที่สุด

รวมทั้งพนักงานขับรถทุกคนได้ผ่านการอบรมการขับขี่อย่างปลอดภัยก่อนปฏิบัติหน้าที่ในการขนส่งสินค้าแช่เย็นกับเรา โดยมีศูนย์ควบคุมและบริหารระบบโลจิสติกส์ (Logistics Command Center) เป็นสื่อกลางคอยทำหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบเส้นทางเดินรถ ตรวจจับความผิดปกติของรถ และอุณหภูมิตลอดการขนส่ง 24 ชั่วโมง (Real-time GPS Tracking 24/7)

สอบถามรายละเอียดบริการ คลิก หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-710-4000 / 02-586-1979 และช่องทางไลน์ LINE : @SCGJWD

บริการคลังสินค้าครบวงจร

บทสรุป รักษามาตรฐานในทุกสาขา เพื่อให้ Brand Loyalty ในกลุ่มลูกค้ายังคงอยู่ต่อไป

การควบคุมมาตรฐานให้เหมือนกันในแต่ละสาขาจะทำให้ Brand Loyalty ในกลุ่มลูกค้ายังคงอยู่ต่อไป และยังช่วยรักษาและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสาขาอื่นๆ ในอนาคตด้วยเช่นกัน การมีคุณภาพและรสชาติที่ไม่สม่ำเสมอมักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สาขาของร้านอาหารมียอดขายที่ไม่ดีจนอาจถึงขั้นปิดตัวลง เพราะนอกจากความยากในการดึงดูดลูกค้าใหม่แล้ว ธุรกิจยังสูญเสียลูกค้าที่มี Brand Loyalty ไปด้วยเช่นกัน

อ้างอิงบทความจาก : SCG Logistics, posist.com, quora.com, mcdonaldpaper.com, onethird.io


Service Recommended