จากการขายอาหารที่หน้าร้านแบบออฟไลน์ ธุรกิจอาหารหลายแห่งได้ตัดสินใจเพิ่มการขายออนไลน์เข้ามาอีกหนึ่งช่องทาง เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายให้มากขึ้น ด้วยบริการจัดส่งอาหารถึงมือผู้บริโภค ไม่รอให้ลูกค้าเดินทางมาซื้อที่หน้าร้านเพียงอย่างเดียว
ทั้งหมดนี้เพื่อให้ธุรกิจยังคงมียอดขายและผลกำไรในวันที่พฤติกรรมการซื้ออาหารของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยใช้เทคโนโลยีด้าน Fulfillment เป็นตัวช่วยธุรกิจ ทั้งบริการคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิและการขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ
โอกาสเติบโตในการขายอาหารออนไลน์จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
การระบาดครั้งใหญ่ของ Covid-19 ทำให้แพลตฟอร์มออนไลน์กลายเป็นจุดศูนย์กลางของธุรกิจอาหาร เมื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ธุรกิจก็ควรใช้โอกาสนี้ในการปรับตัวตามไปด้วยเช่นกัน
การซื้ออาหารออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
แม้ว่าปริมาณการเดินทางไปซื้ออาหารที่หน้าร้านมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มกลับไปใช้การซื้อสินค้าในรูปแบบเดิม แต่มีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ยังคงซื้ออาหารสดผ่านช่องทางออนไลน์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งถือเป็น "Next Normal" ที่ผู้บริโภคจะยังคงใช้ช่องทาง e-Commerce ในการซื้ออาหารสดตุนเก็บไว้
อาหารสดและอาหารแช่แข็งได้รับความสนใจมากขึ้น
ก่อนหน้านี้มีการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทาง e-Commerce เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะสินค้าที่เป็น shelf-stable เช่น ขนมขบเคี้ยว ของใช้ส่วนตัว และอาหารสำเร็จรูป ครองตำแหน่งสินค้าที่มีการสั่งซื้ออยู่เสมอ แต่มีสินค้าประเภทหนึ่งที่ปกติมีการซื้อขายน้อยกว่าสินค้าอื่น ๆ กลับได้รับความสนใจและมีความต้องการจากผู้บริโภคมากขึ้นในปัจจุบัน นั่นคือ อาหารสด อาหารแช่เย็นและอาหารแช่แข็งต่าง ๆ เช่น เนื้อวัว อาหารทะเล อาหารทะเลดอง ผลไม้นำเข้า เป็นต้น
ผู้บริโภคยินดีจ่ายเงินเพื่อความสะดวกในระดับหนึ่งเท่านั้น
ผู้บริโภคยินดีจ่ายเงินเพื่อความสะดวกในระดับหนึ่งเท่านั้น ในช่วงที่เริ่มมีการระบาดของ Covid-19 ธุรกิจอาหารหลายแห่งได้กำหนดราคาสำหรับการขายใน e-Commerce ให้มีราคาถูกกว่าการซื้อขายที่หน้าร้าน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีอยู่มากในขณะนั้น แต่เนื่องจากการบริหารคลังสินค้าและการขนส่งสินค้าประเภทอาหาร ต้องใช้เงินลงทุนมากกว่าสินค้าทั่วไป ทำให้ธุรกิจต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นกว่าการขายที่หน้าร้าน
หากไม่สามารถกำหนดราคาใหม่เพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนดำเนินงาน e-Commerce ที่สูงขึ้นได้ เนื่องจากมีผู้บริโภคเพียงบางส่วนที่ยอมซื้ออาหารออนไลน์ในราคาที่สูงกว่าการไปซื้อที่หน้าร้าน ธุรกิจจึงต้องแก้ไขปัญหานี้ ด้วยการหากลยุทธ์ลดต้นทุนด้านคลังสินค้าและการขนส่ง แต่ยังคงรักษาคุณภาพที่ดีและความสดใหม่ของอาหารจนถึงมือลูกค้าปลายทางได้
ธุรกิจ e-Commerce ที่มีผลประกอบการดีมักจะมีค่า DOH ต่ำ เพราะหมายถึงใช้เวลาช่วงสั้น ๆ ในการขายสินค้านั้น หากมีค่า DOH สูง ธุรกิจจะต้องวางแผนว่าจะบริหารคลังสินค้าและใช้กลยุทธ์ในการขายต่อไปอย่างไร เพราะการบริหารคลังสินค้าที่แม่นยำจะช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าที่ต้องการได้ทันที โดยไม่ต้องผิดหวังจากการได้รับคำตอบว่าสินค้าหมดและต้องรอแจ้งเตือน “Back in Stock”
อ่านเพิ่มเติม : บริหารคลังสินค้า E-COMMERCE ด้วยหลัก INVENTORY DAYS ON HAND
เทคนิคขายอาหารออนไลน์ให้กำไรพุ่ง
ในปัจจุบันการขายในรูปแบบออนไลน์ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจอาหาร แต่สุดท้ายแล้วการตัดสินใจเลือกซื้อของผู้บริโภคก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การขายและการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกัน
แสดงข้อมูลสินค้าให้เหมือนไปเลือกที่หน้าร้าน
หากมองในมุมของผู้บริโภค การซื้ออาหารผ่านช่องทางออนไลน์ยังมีจุดที่น่ากังวล ทั้งในเรื่องคุณภาพของสินค้า การใช้เวลาขนส่งที่อาจจะนานจนอาหารใกล้หมดอายุ หรือเกิดความเสียหายระหว่างขนส่ง และโดยปกติแล้วการซื้ออาหารที่หน้าร้านสามารถดูความสะอาด ความสดใหม่และได้เลือกสินค้าจนตรงกับความต้องการมากที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้เมื่อซื้อผ่านช่องทางออนไลน์
ดังนั้น ธุรกิจจึงต้องใช้รูปภาพที่ตรงกับสินค้าจริงมากที่สุด ทั้งความสดใหม่ ดูสะอาดปลอดภัย ในรูปเป็นอย่างไร สินค้าจริงต้องเป็นอย่างนั้น และนอกจากรูปภาพแล้วควรมีรายละเอียดของอาหารที่ชัดเจน เช่น แหล่งผลิต วันหมดอายุ วิธีการเก็บรักษา เป็นต้น เพราะการเสริมด้วยข้อมูลเหล่านี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความใส่ใจ ความซื่อสัตย์ และสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้
มอบประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่การเลือกซื้อจนได้รับสินค้า
เพราะทางเลือกในช่องทางออนไลน์มีมากขึ้น นอกจากคุณภาพของอาหารก็ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อของผู้บริโภค ทำให้การออกแบบ User Experience จาก e-Commerce Customer Journey ในธุรกิจอาหารกลายเป็นสิ่งสำคัญ
เริ่มต้นด้วยทำให้การเลือกซื้ออาหารผ่านช่องทางออนไลน์มีความง่าย สะดวกและรวดเร็ว ทั้งการเลือกสินค้า การบันทึกสินค้าที่ชื่นชอบ และประวัติการสั่งซื้อสำหรับ Re-Order ในอนาคต รวมถึงการให้ลูกค้าดูข้อมูลสินค้าได้ด้วยตัวเอง เช่น การเปลี่ยนแปลงคำสั่งซื้อ แจ้งเตือนเมื่อสินค้าหมด และการอัปเดตความคืบหน้าในการขนส่ง
และเนื่องจากสินค้าที่จำหน่ายคืออาหาร ผู้บริโภคมักคาดหวังความสดใหม่เมื่อได้รับสินค้า ไม่ใช่อาหารที่ใกล้หมดอายุ ดังนั้น ธุรกิจควรวิเคราะห์บริการ Fulfillment ที่มีอยู่ว่าทุกกระบวนการมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานหรือไม่ ตั้งแต่เทคโนโลยีที่ใช้ ความถูกต้องของคำสั่งซื้อจากช่องทางต่างๆ การแพ็คสินค้า จนถึงการขนส่งสินค้าไปยังปลายทาง
ธุรกิจควรเลือกใช้บริการ Fulfillment ที่มีบริการคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิและวิธีขนส่งแบบควบคุมอุณภูมิ รวมทั้งความสามารถในการจัดส่งได้ตามเวลาที่กำหนดเพื่อรักษาคุณภาพของอาหารให้สดใหม่ ไม่เน่าเสียระหว่างทาง ยิ่งมีความเชี่ยวชาญในการบริหารคลังจัดเก็บและการขนส่งสินค้าประเภทอาหารก็ยิ่งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจมากขึ้น
ปัญหาที่ธุรกิจอาหารออนไลน์ต้องเผชิญเมื่อทำ Fulfillment ด้วยตัวเอง
1. ไม่มีความเชี่ยวชาญด้าน Fulfillment
เป้าหมายหลักที่ทำให้ธุรกิจขายอาหารผ่านช่องทาง e-Commerce คือ การสร้างยอดขายและผลกำไรจากการขายที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพราะอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้าน Fulfillment เนื่องจากความซับซ้อนของการบริหารคลังสินค้า จนถึงวิธีการขนส่งที่ต้องรักษาคุณภาพอาหารจนถึงมือผู้รับ หากไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ จะไม่ทราบเลยว่าต้องเริ่มต้นอย่างไร และอะไรคือกระบวนการต่อไปที่จะทำให้สินค้าถึงปลายทางอย่างปลอดภัย
การต้องใช้เวลาศึกษาและใช้เงินลงทุนจำนวนมากเพื่อสร้างความเชี่ยวชาญด้าน Fulfillment อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและเป้าหมายหลักของธุรกิจได้
2. ไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับยอดขายที่มีการเปลี่ยนแปลง
อาหารบางประเภทที่มียอดขายแบบ Dynamic หรือขึ้นอยู่กับช่วงเวลา จนการคาดการณ์ว่าในอนาคตจะมียอดขายที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าไหร่ถือเป็นเรื่องยาก หากต้องจัดการด้าน Fulfillment เองทั้งหมด จะต้องวางแผนเรื่องเงินลงทุนและค่าใช้จ่าย ทั้งส่วนของการจัดการคลังสินค้าและการขนส่ง รวมถึงเรื่องการจ้างพนักงานเพื่อจัดการด้าน Fulfillment ในทุกกระบวนการแม้จะเป็นช่วงที่มียอดขายน้อยก็ตาม
3. ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
ธุรกิจอาหาร e-Commerce จำนวนมากยังใช้ระบบและซอฟต์แวร์ที่ล้าสมัยหรือต้องใช้วิธี Mannual จากคน ซึ่งการใช้เทคโนโลยีที่มีขีดจำกัดจะทำให้ไม่สามารถมองเห็นภาพรวมได้ว่าสถาณการณ์ของธุรกิจกำลังเป็นอย่างไร ต้องใช้การคาดเดาทุกอย่าง ตั้งแต่การบริหารสินค้าคงคลังไปจนถึงการจัดการเรื่องการยกเลิกคำสั่งซื้อ
จะเห็นว่า หากเลือกบริหาร Fulfillment อาหารสดเอง จะต้องใช้เวลาและเงินลงทุนที่สูงกว่าปกติ ทั้งในด้านการจัดเก็บและการขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ ธุรกิจอาหารจึงควรมี Partner ด้าน Logistics ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อบริหารในส่วนนี้แทน ทำให้ธุรกิจสามารถโฟกัสไปที่การพัฒนาสินค้าและการสร้างยอดขายได้อย่างเต็มที่ และไม่ต้องเสี่ยงเจอกับความผิดพลาดจากการทำงานที่ไม่ชำนาญจนเพิ่มต้นทุนที่ไม่จำเป็น
บริการ Fulfillment สินค้าประเภทอาหารและบริการขนส่งจาก SCGJWD
ในมุมมองของผู้ประกอบการ คุณภาพกับต้นทุนควรแปรผกผันกันจึงจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้มากที่สุด ดังนั้น การเลือกใช้ Cold Chain Solutions ที่มีบริการครบวงจร ตั้งแต่คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ การแปรรูป และการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
- คลังสินค้าที่พร้อมให้บริการทั้งสินค้าแห้ง สินค้าแปรรูป สินค้าแช่เย็น/แช่แข็ง
- พร้อมเชื่อมต่อกับระบบ Order Management เพื่อส่งต่อคำสั่งซื้อจากช่องทางต่างๆ ทั้ง Market Place และ Social Platform ไปสู่ขั้นตอนการจัดเตรียมสินค้า
- จัดการคำสั่งซื้อของลูกค้าได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ผ่านบริการคลังสินค้าออนไลน์
- มอบสินค้าให้แก่ลูกค้าปลายทาง
นวัตกรรมการจัดการคลังสินค้า การบรรจุสินค้าและการขนส่งสินค้า จะเก็บสินค้าไว้ในสถานที่และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุด ทำให้สามารถรักษาความสดใหม่ของสินค้าได้เมื่อสินค้าถูกจัดส่งถึงผู้รับปลายทาง โดยคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิของ SCGJWD สามารถให้บริการจัดเก็บสินค้าได้ทุกอุณหภูมิ (Full range temperature control) ตั้งแต่ 25 ถึง -40 องศาเซลเซียส รวมทั้งมีบริการเสริมอื่นๆ ที่ครอบคลุมความต้องการของผู้ประกอบการ
- คลังสินค้าแบบแช่แข็ง (-18°C ถึง -40°C) และแบบแช่เย็น (0°C ถึง -5°C)
- การจัดเก็บสินค้าที่อุณหภูมิห้อง (+18°C ถึง +25°C)
- การแช่เยือกแข็ง (Blast Freezing)
- การทำละลาย (Thawing)
- การบรรจุสินค้า (Packing)
สามารถตอบสนองความต้องการโลจิสติกส์ของลูกค้าได้อย่างครบวงจรสำหรับสินค้าอาหารที่สามารถเน่าเสียได้ง่าย เช่น เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก อาหารทะเล และอื่น ๆ เพราะสินค้าต่างชนิดกัน มีเป้าหมายกลุ่มลูกค้าแตกต่างกัน ย่อมต้องการรถขนส่งที่ควบคุมอุณหภูมิไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น
- สินค้าสดที่ส่งไปยังพื้นที่ที่ไม่ไกลมาก ต้องการขายให้ผู้บริโภคนำไปประกอบอาหารทันที สามารถขนส่งด้วยรถห้องเย็นที่รักษาอุณหภูมิไว้เหนือจุดเยือกแข็งได้
- สินค้าที่ต้องการขนส่งไปยังพื้นที่ห่างไกล รวมถึงอาหารที่ผ่านกระบวนการถนอมอาหารเพื่อให้เก็บไว้บริโภคได้นานโดยไม่สูญเสียคุณค่า และยังช่วยทำลายเชื้อจุลินทรีย์ให้หมดไป ต้องใช้อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งทั้งในการขนส่งและการเก็บรักษา
และบริการขนส่งที่ใช้ยังมีการดูแลระหว่างขนย้ายสินค้าจากคลังขึ้นรถห้องเย็นไปจนถึงการนำสินค้าจากรถส่งต่อไปยังตู้แช่หลายทางโดยไม่เสียอุณหภูมิ ตลอดจนยังสามารถติดตามอุณหภูมิขณะขนส่งด้วยระบบ GPS เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะไม่เน่าเสียกลางทางโดยที่ไม่มีใครรู้ อย่างบริการคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ ที่สามารถจัดส่งแบบควมคุมอุณหภูมิได้คงที่โดยไม่จำเป็นต้องใช้น้ำแข็งแห้งใส่กล่องโฟม จึงช่วยรักษาทั้งคุณภาพสินค้าและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
บทสรุป ความสำเร็จในการขายอาหารออนไลน์ด้วยการใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสม
การทำธุรกิจอาหารออนไลน์สามารถประสบความสำเร็จและสร้างกำไรได้หากมีกลยุทธ์ที่เหมาะสม ตั้งแต่ช่องทางการขายออนไลน์ที่ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน การมีสินค้าอาหารที่มีคุณภาพและมีการกำหนดราคาที่ดี แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ นั่นคือการเลือก Partner ด้าน Logistics ที่มีความเชี่ยวชาญและมีบริการ Cold Chain Solutions ครบวงจร
Cold Chain Logistics ไม่ได้มีเพียงการส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิไปยังปลายทางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเก็บรักษาอาหารในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพราะอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในระหว่างกระบวนการขนส่ง อาจทำให้สินค้าได้รับความเสียหายได้ นอกจากนี้ จะต้องให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ ระยะเวลา เส้นทางและปัจจัยอื่นๆ ที่เหมาะสมเช่นกัน
สนใจบริการคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ หรือ บริการ Fulfillment หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-710-4000 / 02-586-1979 และช่องทางไลน์ LINE : @SCGJWD
ที่มา :
www.bigcommerce.com
www.mckinsey.com
www.linkedin.com
www.creatim.com