พนักงานจัดส่งสินค้า

เลือกให้ถูก! วิธีการจัดส่งสินค้าที่ช่วยยกระดับธุรกิจออนไลน์พิชิตใจลูกค้า

ในยุคดิจิทัลที่การค้าออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดด การจัดส่งสินค้าที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพไม่เพียงเป็นหัวใจ สำคัญของธุรกิจโลจิสติกส์ แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในความสำเร็จของธุรกิจทั่วโลก โดยเฉพาะมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลก จากรายงานของ Statista ในปี 2023 มีมูลค่าอยู่ที่ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตเป็น 5.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2028 การเติบโตนี้ส่งผลให้ความต้องการบริการจัดส่งสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ด้วยความท้าทายและโอกาสนี้ ธุรกิจโลจิสติกส์จึงต้องปรับตัวและพัฒนารูปแบบการจัดส่งที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความเร็ว ต้นทุน และความยั่งยืน ซึ่งประเภทของการจัดส่งสินค้าที่หลากหลายในตลาดในแต่ละประเภทมีจุดเด่นและเหมาะกับความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน

ประเภทของการจัดส่งสินค้า

1. การจัดส่งสินค้าแบบด่วนพิเศษ (Express Delivery)

  • เหมาะสำหรับสินค้าเร่งด่วนหรือเอกสารสำคัญ
  • ใช้เวลาจัดส่งภายใน 1-2 วัน
  • มีบริการติดตามสถานะแบบเรียลไทม์

2. การจัดส่งสินค้าแบบมาตรฐาน (Standard Delivery)

  • เป็นบริการทั่วไปสำหรับสินค้าที่ไม่เร่งด่วน
  • ใช้เวลาจัดส่ง 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับระยะทาง

3. การจัดส่งสินค้าแบบรวมเที่ยวการขนส่ง (Consolidated Delivery)

  • เหมาะสำหรับสินค้าที่ไม่เร่งด่วนและลูกค้าที่ต้องการประหยัดค่าขนส่ง
  • ใช้เวลาจัดส่ง 7-14 วัน
  • โดยการขนส่งจะรวมสินค้าหลายรายการในเที่ยวการขนส่งเดียวกัน

4. การจัดส่งสินค้าในวันเดียวกัน (Same-day Delivery)

  • บริการพิเศษลูกค้าที่ต้องการสินค้าภายในวัน
  • ค่าบริการสูง

5. การจัดส่งสินค้าแบบกำหนดเวลา (Time-definite Delivery)

  • ลูกค้าสามารถเลือกวันและช่วงเวลาจัดส่งได้
  • เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการการจัดส่งในเวลาที่แน่นอน

6. การจัดส่งสินค้าขนาดใหญ่ (Bulk Delivery)

  • สำหรับสินค้าที่มีขนาดใหญ่หรือน้ำหนักมาก และต้องการบริการติดตั้งสินค้า
  • รถบรรทุกขนาดใหญ่หรือตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่ง
  • มักใช้ในการขนส่งระหว่างคลังสินค้าหรือการนำเข้า-ส่งออก

7. การจัดส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ (Temperature-controlled Delivery)

  • เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ เช่น อาหาร ยา เป็นต้น
  • ใช้รถขนส่งพิเศษที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิ
  • มีการติดตามและบันทึกอุณหภูมิตลอดการขนส่ง

5 ปัจจัยสำคัญในการเลือกบริการจัดส่งสินค้าที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ

1. ความเร็วในการจัดส่งสินค้า

ธุรกิจการขายสินค้าออนไลน์มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ความเร็วในการจัดส่งสินค้ากลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ลูกค้าคาดหวังการจัดส่งที่รวดเร็วและตรงต่อเวลา ข้อมูลจาก Deloitte.com 85% ลูกค้ายินดีจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้รับสินค้าเร็วขึ้น การเลือกผู้ให้บริการที่ตอบสนองความต้องการด้านความเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ประกอบการควรพิจารณาเลือกผู้ให้บริการที่มีความยืดหยุ่นและรูปแบบในการจัดส่งสินค้าตามความต้องการของลูกค้าและเหมาะสมกับลักษณะของสินค้า

2. ราคาค่าบริการ

ต้นทุนการจัดส่งสินค้ามีผลต่อกำไรของธุรกิจและราคาสินค้า ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีราคาค่าจัดส่งสินค้าที่แข่งขันได้และมีโครงสร้างราคาที่ชัดเจน ข้อมูลจาด McKinsey.com รายงานว่า 59% ของผู้บริโภคเลือกร้านค้าที่มีบริการจัดส่งฟรี ดังนั้นการบริหารต้นทุนการจัดส่งอย่างมีประสิทธิภาพจึงไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน แต่ยังช่วยรักษาฐานลูกค้าและดึงดูดลูกค้าใหม่

3. ระบบติดตามและตรวจสอบสถานะการจัดส่งสินค้า

ผู้บริโภคคาดหวังในการติดตามสถานะการจัดส่งสินค้า ผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าที่มีระบบติดตามสินค้าแบบเรียลไทม์ หรือการแจ้งเตือนสถานะการจัดส่งอัตโนมัติ จะช่วยสร้างความมั่นใจและลดความกังวลให้กับลูกค้า ระบบที่ใช้งานง่ายสำหรับทั้งลูกค้าและพนักงานช่วยลดภาระงานของฝ่ายบริการลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการคำสั่งซื้อ ดังนั้นการเลือกผู้ให้บริการที่มีระบบติดตามที่ดีจะช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจ

4. ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย

ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า การเลือกผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าที่มีประวัติและชื่อเสียงที่ดี มีจัดส่งตรงเวลา รวมถึงมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของสินค้าจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทั้งผู้ประกอบการและลูกค้า

5. เทคโนโลยีและนวัตกรรม

ในปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและการช่วยลดต้นทุนผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าเช่น การใช้ระบบ AI วางแผนเส้นทางการขนส่ง การเชื่อมต่อระบบการจัดการคำสั่งซื้อ เป็นต้น ช่วยให้ธุรกิจดำเนินการอย่างราบรื่น การจัดส่งสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความผิดพลาด และประหยัดต้นทุน นอกจากนี้ เทคโนโลยียังช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับปรุงการให้บริการอย่างต่อเนื่อง การเลือกผู้ให้บริการที่มีการใช้เทคโนโลยีและพัฒนาด้านนวัตกรรมในการให้บริการ ช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวและเติบโตได้ในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การพิจารณาทั้ง 5 ปัจจัยข้างต้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกบริการจัดส่งที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า แต่ยังส่งผลดีต่อการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวอีกด้วย

บริการจัดส่งสินค้าและบริการโลจิสติกส์ครบวงจรตอบโจทย์สำหรับผู้ประกอบการขายสินค้าทางออนไลน์อย่างไร

1. ประหยัดเวลาและทรัพยากร

ผู้ประกอบการออนไลน์มีเวลามากขึ้นในการพัฒนาธุรกิจและการตลาดได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับการจัดการด้านโลจิสติกส์ จากการเลือกใช้ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ครบวงจรตั้งแต่การรับสินค้า จัดเก็บ และจัดส่ง มีระบบจัดการคลังสินค้าออนไลน์ที่ทันสมัย ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบสต็อกสินค้าแบบเรียลไทม์
และจัดการออเดอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยลดจำนวนพนักงานในการทำงาน

2. เพิ่มความยืดหยุ่นและรองรับการเติบโต

ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์สำหรับธุรกิจ E-Commerce ที่รองรับผู้ประกอบการทุกขนาด ตั้งแต่ SMEs จนถึงองค์กรใหญ่ ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความต้องการ เช่น ประเภทของคลังสินค้า บริการเสริมต่าง ๆ และการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ นอกจากนี้ ด้วยความหลากหลายของบริการขนส่ง ทั้งรถขนส่งปกติและรถควบคุมอุณหภูมิ ทำให้สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจและความหลากหลายของสินค้า

3. ยกระดับคุณภาพการบริการลูกค้า

การใช้บริการ Fulfillment Service ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ครบวงจร ช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่น การทำงานด้วยระบบบาร์โค้ดในการหยิบ-แพ็คสินค้า ช่วยลดความผิดพลาดในการจัดส่ง การสร้างเลข Tracking อัตโนมัติทำให้ลูกค้าสามารถติดตามสถานะการจัดส่งได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ บริการรับ-ส่ง-คืนครบจบในที่ดี ส่งผลให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือและสามารถแข่งขันได้ดียิ่งขึ้นในตลาดออนไลน์

บริการจัดส่งสินค้าและโลจิสติกส์ครบวงจร จาก SCGJWD

SCGJWD ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและทีมงานมืออาชีพ เหมาะสำหรับธุรกิจ
E-Commerce ตั้งแต่ขนาด SMEs จนถึงองค์กรใหญ่ มีบริการที่ครอบคลุมและครบวงจรในที่เดียว ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระของผู้ประกอบการ แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ทำให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาด E-Commerce ที่มีการแข่งขันสูง

  • รับสินค้า: นำสินค้าเข้ามาจัดเก็บในคลัง มีรถขนส่งหลายประเภทให้บริการ
  • คลังจัดเก็บสินค้า: มีคลังสินค้าหลากหลายประเภท สามารถเลือกตามวัตถุประสงค์การใช้งาน รองรับสินค้าที่  
      ต้องการควบคุมอุณหภูมิและบริการเสริมอื่นๆ เช่น การติดฉลาก การตรวจสอบคุณภาพสินค้า เป็นต้น
  • ระบบจัดการคลังสินค้าออนไลน์: บริหารจัดการออเดอร์ ให้คุณสามารถตรวจสอบสต๊อกสินค้าได้แบบ Real time
      พร้อมสร้างเลข Tracking อัตโนมัติ
  • การเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ แพลตฟอร์มการขายสินค้าออนไลน์
  • บริการหยิบ-แพ็คสินค้าตามออเดอร์ด้วยระบบบาร์โคด 
  • บริการรับ-ส่ง-คืนสินค้าด้วยขนส่งราคาพิเศษ


สนใจบริการการจัดส่งสินค้า และบริการโลจิสติกส์สำหรับธุรกิจ คลิก หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-710-4000 / 02-586-1979 และช่องทางไลน์ LINE: @SCGJWD


ที่มา
www.eMarketer.com
www.statista.com
www.Deloitte.com
www.McKinsey.com
www.freepik.com

Service Recommended