ระบบบริหารการขนส่งจำเป็นต่อธุรกิจทุกขนาด เพราะหากมีระบบบริหารจัดการการขนส่งที่ดี นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนการขนส่ง และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอีกด้วย ปัจจุบันผู้ประกอบการหลายแห่งจึงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ระบบบริหารจัดการการขนส่ง หรือ Transportation Management System (TMS) ที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ให้มีศักยภาพมากขึ้น
TMS คืออะไร
ระบบบริหารจัดการการขนส่ง หรือ Transportation Management System (TMS) คือ ซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการบริหารจัดการ วางแผนงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งหรืองานในห่วงโซ่อุปทานโลจิสติกส์ทั้งหมดของธุรกิจ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและปลอดภัยทุกการขนส่ง โดยการทำงานของ TMS จะครอบคลุมทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ โดยผู้ที่ใช้บริการระบบ TMS จะเป็นธุรกิจที่ต้องขนส่ง เคลื่อนย้าย หรือรับสินค้า เช่น โรงงาน บริษัท E-commerce ธุรกิจค้าปลีก หรือแม้กระทั่งบริษัทที่ให้บริการด้านการโลจิสติกส์เอง
บทบาทที่สำคัญของ TMS
ระบบ TMS ได้รับการออกแบบและพัฒนามาเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการขนส่ง โดยมีฟังก์ชันหลัก ๆ ดังนี้
1. วางแผนเส้นทางการขนส่งอัตโนมัติ
ระบบ TMS จะช่วยวิเคราะห์และวางแผนเส้นทางในการขนส่งที่สั้นที่สุด และในบางเส้นทางจะวางแผนให้ครอบคลุมทั้งการขนส่ง และรับสินค้า เพื่อลดต้นทุน และลดระยะทางในการขนส่ง
2. คำนวณและวางแผนการจัดวางสินค้าบนรถขนส่ง
รถบรรทุกสำหรับขนส่งแต่ละคัน จะมีพื้นที่การบรรจุสินค้าที่แตกต่างกัน ระบบ TMS จะช่วยคำนวณและวางแผนจัดการสินค้าบนรถขนส่ง ตามขนาดและปริมาตรให้เหมาะสมกับรถขนส่งในเที่ยวนั้น ๆ ให้มากที่สุด เพื่อให้สามารถบรรทุกสินค้าได้เต็มคันและลดจำนวนเที่ยวสินค้าลงได้
3. ติดตามสถานะสินค้าแบบเรียลไทม์
ระบบจะเชื่อมต่อกับระบบ GPS ติดตามยานพาหนะ ทำให้สามารถตรวจสอบตำแหน่งผู้จัดส่งและสินค้าแบบเรียลไทม์ พร้อมการยืนยันสถานะการรับ-ส่งสินค้า ด้วยระบบเช็กอินถ่ายรูปและลายเซ็น
4. บริหารจัดการรถและคิวคนขับ
สำหรับผู้ให้บริการระบบ TMS จะมีฟังก์ชันที่ช่วยในเรื่องของการบริหารจัดการรถบรรทุก ซึ่งจะแจ้งเตือนเมื่อถึงระยะเวลาการซ่อมบำรุง รวมถึงการตรวจสอบและวิเคราะห์ความพร้อมของพนักงานขับรถ อุปกรณ์ติดรถ และสภาพรถขนส่งให้พร้อมต่อการใช้งาน
TMS มีประโยชน์อย่างไรต่อธุรกิจ
1. เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง
ระบบ TMS จะดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล เช่น ข้อมูลเส้นทางการขนส่ง พนักงาน โรงงานหรือสถานที่รับและส่งสินค้า ฯลฯ นำมาคำนวณเส้นทางการขนส่ง เพื่อให้ได้เส้นทางที่ดีที่สุด จึงช่วยลดระยะทาง ลดเวลาในการขนส่ง รวมถึงลดต้นทุนเชื้อเพลิงที่จะใช้ในแต่ละเที่ยวรถด้วย
2. ลดต้นทุน
ระบบ TMS จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดในกระบวนการต่าง ๆ เช่น การติดตามตำแหน่ง GPS ช่วยควบคุมการใช้งานยานพาหนะให้ตรงตามจุดประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ หรือการวางแผนเส้นทางที่ดีที่สุดสำหรับส่งและรับสินค้า ซึ่งลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้อย่างยั่งยืน
3. เพิ่มความแม่นยำ
การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากฐานข้อมูลในระบบ TMS จะช่วยให้ผู้ประกอบการนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจในการพัฒนาการบริการได้อย่างแม่นยำ
ระบบ TMS จะมีการ tracking ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุดกระบวนการ ทำให้สามารถติดตามสถานะการขนส่งและตำแหน่งของผู้จัดส่งได้แบบเรียลไทม์ สินค้าส่งถึงมือปลายทางอย่างครบถ้วน
5. ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
จากการจัดการเส้นทางการขนส่งให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากจะช่วยลดระยะทางและลดค่าเชื้อเพลิงในการขนส่งแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาของการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศ
เมื่อพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ จะเห็นได้ว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ต่างก็ตระหนักและตื่นตัวกับปัญหานี้ จนเกิดแนวคิด Green Logistic หรือโลจิสติกส์สีเขียว เพื่อให้กระบวนการทางโลจิสติกส์เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด และแนวคิดนี้กำลังได้รับความสนใจในวงการธุรกิจทั่วโลก เพราะเทรนด์ของผู้บริโภคที่เริ่มหันมาให้ความสนใจต่อสิ่งแวดล้อมและหลายประเทศออกกฏระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการจัดการขยะ ทำให้หลาย ๆ ธุรกิจต้องปรับตัวให้สอดคล้อง โดยปัจจุบันมีหลาย ๆ ธุรกิจตอบรับและเริ่มดำเนินการ เช่น Amazon บริษัท E-commerce ลงทุนพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าสำหรับการขนส่งภายในเมือง หรือ DHL ตั้งเป้าหมายจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30% ในปี 2023 โดยการวางแผนเส้นทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้ยานพาหนะไฟฟ้า เเละเชื้อเพลิง 'SAF' หรือ 'เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน เป็นต้น
เลือกระบบ TMS อย่างไรให้เหมาะสมกับธุรกิจ
การเลือกระบบ TMS ที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจของคุณ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรพิจารณาผู้ให้บริการระบบ TMS อย่างรอบคอบ เพราะการทำสัญญาในแต่ละครั้ง เท่ากับธุรกิจของคุณจะใช้ระบบ TMS อย่างน้อย 1 ปี สำหรับหลักการการเลือกระบบ TMS ที่เหมาะสมกับธุรกิจ มีดังนี้
1. กำหนดความต้องการและจุดประสงค์ของบริษัทคุณ
ก่อนจะเริ่มมองหาผู้ให้บริการ TMS ผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องกำหนดจุดประสงค์ และความต้องการของธุรกิจของตนเอง เช่น ปริมาณการขนส่ง ขนาดของธุรกิจ ชนิดของสินค้า ความต้องการพิเศษหรือความต้องการเฉพาะ เพื่อเลือกระบบที่มีฟังก์ชันที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด
2. เลือกระบบ TMS ที่ยืดหยุ่น
ระบบ TMS ต้องสามารถปรับตัวได้ตามการเติบโตของธุรกิจ และรองรับปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งพิจารณาเลือกระบบ TMS ที่ทำงานบนระบบ Cloud เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา
3. มีการใช้งานที่เป็นมิตรกับผู้ใช้
เลือกระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้งานง่าย รวมทั้งมีบริการให้คำแนะนำและฝึกอบรมให้กับผู้ประกอบการและพนักงาน เพื่อให้หลังจากตัดสินใจเลือกระบบ TMS มาใช้แล้ว ผู้ประกอบการสามารถใช้ศักยภาพของระบบ TMS ที่เลือกได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ผู้ประกอบการที่สนใจเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการขนส่ง SCGJWD ผู้นำด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรของไทย มีบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยบริหารจัดการการขนส่งให้ตรงตามความต้องการและใช้งานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะช่วยวิเคราะห์ ออกแบบ และเชื่อมโยงนวัตกรรมทางด้านข้อมูลกับทุกระบบ ทุกแพลตฟอร์ม เพื่อการบริหารจัดการสินค้าอย่างต่อเนื่องทั้งซัพพลายเชน ด้วยแพลตฟอร์ม TRUCK GO ระบบบริหารจัดการการขนส่ง (TMS) ซึ่งเป็นโปรแกรมบนเว็บเบราว์เซอร์ที่จะช่วยให้บริหารงานขนส่งได้อย่างครบครัน สะดวก ผ่าน Web Application และ Mobile Application โดยแพลตฟอร์ม TRUCK GO จะช่วยลดความผิดพลาดจากการทำงานของพนักงาน ลดความยุ่งยากจากการจัดการงานขนส่งแบบเดิม ๆ ประหยัดเวลาและต้นทุนได้มากกว่า 50%
สนใจใช้บริการแพลตฟอร์ม TRUCK GO ระบบบริหารจัดการการขนส่ง (TMS) ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-710-4000 / 02-586-1979 และช่องทางไลน์ LINE : @SCGJWD
ที่มา :
www.posttoday.com
www.fourkites.com