เวียดนาม หนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านที่ถือว่ามีอนาคตสดใสสำหรับผู้ประกอบการที่อยากส่งออกสินค้าและวัตถุดิบ แต่นอกจากจะมีสินค้าที่มีคุณภาพ ตรงกับเทรนด์ธุรกิจในเวียดนามแล้ว การนำเข้าสินค้าไปยังเวียดนามยังต้องพิจารณาภาษีนำเข้าเวียดนามอย่างละเอียดด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านต้นทุนและการจัดการที่ไม่ถูกต้อง
การเข้าใจอัตราภาษีนำเข้าของเวียดนามและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถคำนวณต้นทุนได้อย่างแม่นยำและวางแผนการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรและลดปัญหาด้านกฎหมายจากการละเลยขั้นตอนทางศุลกากร
ประเภทและอัตราภาษีนำเข้าของเวียดนาม
การนำเข้าสินค้าไปยังประเทศเวียดนามจะต้องผ่านขั้นตอนการเสียภาษีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้าและข้อตกลงทางการค้า โดยประเภทภาษีเวียดนามที่ผู้ประกอบการควรรู้ มีดังนี้
1. ภาษีอากรขาเข้า (Import Duty)
ภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าที่นำเข้าประเทศเวียดนาม โดยอัตราภาษีประเภทนี้จะขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าซึ่งจัดหมวดหมู่ตามระบบฮาร์โมไนซ์ (Harmonized System: HS) เริ่มตั้งแต่ 0-30% และสินค้าฟุ่มเฟือยและยานยนต์มักมีอัตราสูงกว่าเครื่องจักรและสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่ย่อย ได้แก่
- Preferential Tariff (MFN Rate) : สำหรับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศคู่ค้าที่มีสิทธิประโยชน์ Most-Favored-Nation
- Special Preferential Tarif f: สำหรับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศที่มี FTA กับเวียดนาม เช่น ASEAN CEPT, EVFTA
- Ordinary Tariff : สำหรับสินค้าที่ไม่เข้าข่ายสิทธิพิเศษใด ๆ
2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax: VAT)
ภาษีที่เรียกเก็บจากมูลค่าเพิ่มของสินค้าหรือบริการ โดยทั่วไปอัตราภาษี VAT ของเวียดนามจะอยู่ที่ 10% และมีสินค้าบางประเภทที่ได้รับอัตราภาษีที่ต่ำกว่า เช่น 5% สำหรับอาหาร, น้ำ, ยา และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งนี้ สินค้านำเข้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,000,000 ดองเวียดนาม จะได้รับการยกเว้น VAT อีกทั้งสินค้าบางประเภทยังอาจได้รับการยกเว้นภาษี VAT ด้วย
สูตรคำนวณ : VAT = (CIF Value + Import Duty) × VAT Rate
3. ภาษีสรรพสามิต (Special Sales Tax หรือ Excise Tax: SCT)
ภาษีที่เรียกเก็บเพิ่มเติมจากสินค้าฟุ่มเฟือยหรือสินค้าที่รัฐต้องการควบคุมการบริโภค เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาสูบ รถยนต์ และน้ำมันเบนซิน อัตราแปรผันตามประเภทสินค้า สูงถึง 10-70% เลยทีเดียว
สูตรคำนวณ : SCT = (CIF Value + Import Duty) × SCT Rate
4. ภาษีสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Tax: EPT)
ภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพของมนุษย์เมื่อมีการใช้งานหรือบริโภค เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ถุงพลาสติก ถ่านหิน สารเคมีบางชนิด อัตราภาษีชนิดนี้จะคำนวณต่อหน่วยการวัด เช่น ต่อลิตร ต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้า
สูตรคำนวณ : EPT = (CIF Value + Import Duty) × EPT Rate
ตัวอย่างการคำนวณภาษีนำเข้าเวียดนามและขั้นตอนการดำเนินการ
สำหรับวิธีการคำนวณภาษีนำเข้าเวียดนาม สามารถสรุปได้ดังนี้
CIF + Import Duty + VAT + Special Consumption Tax (SCT) + Environmental Protection Tax (EPT)
ยกตัวอย่างเช่น หากผู้ประกอบการนำเข้าอุปกรณ์ก่อสร้างมูลค่า CIF รวม 1,000,000 บาท (CIF: Cost + Insurance + Freight) ไปยังเวียดนาม อัตราภาษีที่เกี่ยวข้องและต้องนำมาคำนวณคือ
- Import Duty (ภาษีอากรขาเข้า) 5%
- VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) 10%
- Special Consumption Tax (SCT) 0% เพราะอุปกรณ์ก่อสร้างไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย
- Environmental Protection Tax (EPT) 0% เพราะอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไปไม่เข้าข่าย
สามารถคำนวณได้ว่า
- Import Duty = 1,000,000 × 5% = 50,000 บาท
- VAT = (CIF + Import Duty) × 10% = (1,000,000 + 50,000) × 10% = 105,000 บาท
- ภาษีนำเข้ารวม = Import Duty + VAT + SCT + EPT = 50,000 + 105,000 + 0 + 0 = 155,000 บาท
สำหรับอุปกรณ์ก่อสร้างมูลค่า 1,000,000 บาท ภาษีนำเข้าที่ต้องชำระให้เวียดนามรวมทั้งหมด 155,000 บาท ซึ่งประกอบด้วย Import Duty 50,000 บาท และ VAT 105,000 บาท
ขั้นตอนการดำเนินการนำเข้าสินค้าสู่ประเทศเวียดนาม
- ตรวจสอบข้อกำหนดและสิทธิประโยชน์ทางการค้า เช่น ใบอนุญาตนำเข้าและสิทธิประโยชน์ FTA เพื่อคำนวณภาษีให้ถูกต้อง
- เตรียมเอกสารนำเข้า เช่น ใบขนสินค้า, Invoice, Packing List, ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า และเอกสารสำหรับสินค้าควบคุม
- ลงทะเบียนและยื่นเอกสารผ่านระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์หรือผ่านตัวแทน เพื่อให้กรมศุลกากรตรวจสอบข้อมูลสินค้า
- ตรวจสอบและชำระภาษีนำเข้าเวียดนามทั้งหมด ทั้ง Import Duty, VAT, SCT และ EPT ก่อนการปล่อยสินค้า
- ผ่านการตรวจสอบสินค้า ระบบจะกำหนดเป็น Red Line หรือ Green Line ตามความจำเป็น และตรวจสอบทางกายภาพหรือ X-ray ตามประเภทสินค้า
- ปล่อยสินค้าออกจากท่าเมื่อเอกสารครบและชำระภาษีเรียบร้อย พร้อมส่งต่อไปยังคลังสินค้าหรือผู้ซื้อ
- เก็บบันทึกเอกสารและข้อมูลบัญชีราคาสินค้าอย่างน้อย 6 เดือน และติดตามสถานะสินค้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
กลยุทธ์ประหยัดภาษีและการวางแผนนำเข้าสินค้าในเวียดนาม
อัตราภาษีนำเข้าของเวียดนามคือค่าใช้จ่ายก้อนโตที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ แต่หากต้องการประหยัดค่าภาษีนำเข้าเพื่อเพิ่มกำไรในระยะยาว 4 กลยุทธ์สำคัญเหล่านี้อาจช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้ดีในอนาคต
1. ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และสิทธิพิเศษทางภาษี
ตรวจสอบว่าประเทศต้นทางของสินค้าเข้าข่าย FTA กับเวียดนามหรือไม่ เพื่อใช้สิทธิพิเศษทางภาษี ลดหรือยกเว้น Import Duty ทำให้ต้นทุนการนำเข้าต่ำลง ซึ่งไทยเป็นเครือข่ายของ FTA อยู่แล้ว แต่ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบ HS Code ของสินค้าและเอกสารประกอบอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะ Certificate of Origin (C/O) เพื่อให้ได้สิทธิพิเศษเต็มที่
2. วางแผนเลือกสินค้านำเข้าที่มีอัตราภาษีต่ำหรือได้รับการลดภาษีล่าสุด
ทำความเข้าใจพิกัด HS ของสินค้าอย่างละเอียด เนื่องจากอัตราภาษีจะแตกต่างกันไปตามหมวดหมู่สินค้า พร้อมกับติดตามข้อมูลจากกรมศุลกากรเวียดนามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีหรือการประกาศลดภาษีใหม่ ๆ นำไปสู่การเลือกสินค้าที่มีอัตราภาษีต่ำ
3. บริหารจัดการต้นทุน Cost, Insurance, Freight (CIF) อย่างมีประสิทธิภาพ
การคำนวณ Cost, Insurance, Freight (CIF) ช่วยให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายด้านค่าขนส่งและประกันภัย ส่งผลโดยตรงต่อภาษีเวียดนามที่ต้องชำระและต้นทุนรวมของสินค้านำเข้า รวมทั้งลดความเสี่ยงการถูกประเมินภาษีสูงเกินจริง
4. ใช้บริการขนส่งที่เชี่ยวชาญด้านภาษีและพิธีศุลกากร
เลือกพาร์ตเนอร์โลจิสติกส์ที่เข้าใจอัตราภาษีเวียดนามและพิธีการศุลกากร ช่วยให้การดำเนินการรวดเร็ว ป้องกันการเสียภาษีย้อนหลัง และทำให้สินค้าส่งถึงปลายทางได้ตรงเวลา ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความคู่มือเลือกขนส่งไปเวียดนาม เพิ่มกำไรทุกธุรกิจส่งออก
สินค้าหรือกลุ่มสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีในเวียดนาม
เวียดนามมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้สินค้าบางประเภทเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมภายในประเทศ การรู้ว่าสินค้าใดเข้าข่ายได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเวียดนาม จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการนำเข้าสินค้าได้อย่างคุ้มค่า ลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น
- ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้
- เมล็ดข้าวโพดและกากถั่วเหลือง
- สินค้าเกษตรและอาหารบางกลุ่ม
- ผลิตภัณฑ์เอทิลีน
- วัตถุดิบ ส่วนประกอบ และวัสดุที่ใช้ในโครงการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมดิจิทัล
- สินค้าที่นำเข้ามาเพื่อสร้างทรัพย์สินถาวรสำหรับโครงการหรือศูนย์วิจัยนวัตกรรม
หากคุณต้องการขยายธุรกิจและส่งของไปเวียดนามอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุน SCGJWD คือบริษัทขนส่งในไทยที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการโลจิสติกส์ครบวงจร เรามีบริการขนส่งสินค้าจากไทยไปเวียดนาม รวมถึงบริการเคลียร์ภาษีศุลกากร และบริการคลังสินค้าที่รองรับทุกประเภทสินค้า รวมทั้งระบบติดตามสินค้าตลอดเส้นทาง ให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนจะสอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานการนำเข้าสินค้าของเวียดนาม ทำให้ธุรกิจส่งออกของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น
สอบถามรายละเอียดบริการ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่
- โทรศัพท์: 02-710-4000 / 02-586-1979
- LINE : @SCGJWD
ข้อมูลอ้างอิง
- ประเทศเวียดนาม. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 จาก https://webdev.excise.go.th/aec-law/th/excise-th-vietnam.php