ตู้คอนเทนเนอร์สื่อถึงการส่งของไปเวียดนามสำหรับธุรกิจต่าง ๆ

4 ประเภทภาษีนำเข้าเวียดนาม ส่งของอย่างไรให้ประหยัดขึ้น ?

เวียดนาม หนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านที่ถือว่ามีอนาคตสดใสสำหรับผู้ประกอบการที่อยากส่งออกสินค้าและวัตถุดิบ แต่นอกจากจะมีสินค้าที่มีคุณภาพ ตรงกับเทรนด์ธุรกิจในเวียดนามแล้ว การนำเข้าสินค้าไปยังเวียดนามยังต้องพิจารณาภาษีนำเข้าเวียดนามอย่างละเอียดด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านต้นทุนและการจัดการที่ไม่ถูกต้อง


การเข้าใจอัตราภาษีนำเข้าของเวียดนามและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถคำนวณต้นทุนได้อย่างแม่นยำและวางแผนการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรและลดปัญหาด้านกฎหมายจากการละเลยขั้นตอนทางศุลกากร


ประเภทและอัตราภาษีนำเข้าของเวียดนาม


การนำเข้าสินค้าไปยังประเทศเวียดนามจะต้องผ่านขั้นตอนการเสียภาษีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้าและข้อตกลงทางการค้า โดยประเภทภาษีเวียดนามที่ผู้ประกอบการควรรู้ มีดังนี้


1.  ภาษีอากรขาเข้า (Import Duty)


ภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าที่นำเข้าประเทศเวียดนาม โดยอัตราภาษีประเภทนี้จะขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าซึ่งจัดหมวดหมู่ตามระบบฮาร์โมไนซ์ (Harmonized System: HS) เริ่มตั้งแต่ 0-30% และสินค้าฟุ่มเฟือยและยานยนต์มักมีอัตราสูงกว่าเครื่องจักรและสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่ย่อย ได้แก่


  • Preferential Tariff (MFN Rate) : สำหรับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศคู่ค้าที่มีสิทธิประโยชน์ Most-Favored-Nation
  • Special Preferential Tarif f: สำหรับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศที่มี FTA กับเวียดนาม เช่น ASEAN CEPT, EVFTA
  • Ordinary Tariff : สำหรับสินค้าที่ไม่เข้าข่ายสิทธิพิเศษใด ๆ


2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax: VAT)


ภาษีที่เรียกเก็บจากมูลค่าเพิ่มของสินค้าหรือบริการ โดยทั่วไปอัตราภาษี VAT ของเวียดนามจะอยู่ที่ 10% และมีสินค้าบางประเภทที่ได้รับอัตราภาษีที่ต่ำกว่า เช่น 5% สำหรับอาหาร, น้ำ, ยา และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งนี้ สินค้านำเข้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,000,000 ดองเวียดนาม จะได้รับการยกเว้น VAT อีกทั้งสินค้าบางประเภทยังอาจได้รับการยกเว้นภาษี VAT ด้วย


สูตรคำนวณ : VAT = (CIF Value + Import Duty) × VAT Rate


3. ภาษีสรรพสามิต (Special Sales Tax หรือ Excise Tax: SCT)


ภาษีที่เรียกเก็บเพิ่มเติมจากสินค้าฟุ่มเฟือยหรือสินค้าที่รัฐต้องการควบคุมการบริโภค เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาสูบ รถยนต์ และน้ำมันเบนซิน อัตราแปรผันตามประเภทสินค้า สูงถึง 10-70% เลยทีเดียว


สูตรคำนวณ : SCT = (CIF Value + Import Duty) × SCT Rate


4. ภาษีสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Tax: EPT)


ภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพของมนุษย์เมื่อมีการใช้งานหรือบริโภค เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ถุงพลาสติก ถ่านหิน สารเคมีบางชนิด อัตราภาษีชนิดนี้จะคำนวณต่อหน่วยการวัด เช่น ต่อลิตร ต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้า


สูตรคำนวณ : EPT = (CIF Value + Import Duty) × EPT Rate


ตัวอย่างการคำนวณภาษีนำเข้าเวียดนามและขั้นตอนการดำเนินการ


สำหรับวิธีการคำนวณภาษีนำเข้าเวียดนาม สามารถสรุปได้ดังนี้ 


CIF + Import Duty + VAT + Special Consumption Tax (SCT) + Environmental Protection Tax (EPT) 


ยกตัวอย่างเช่น หากผู้ประกอบการนำเข้าอุปกรณ์ก่อสร้างมูลค่า CIF รวม 1,000,000 บาท (CIF: Cost + Insurance + Freight) ไปยังเวียดนาม อัตราภาษีที่เกี่ยวข้องและต้องนำมาคำนวณคือ 


  • Import Duty (ภาษีอากรขาเข้า) 5%
  • VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) 10%
  • Special Consumption Tax (SCT) 0% เพราะอุปกรณ์ก่อสร้างไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย
  • Environmental Protection Tax (EPT) 0%  เพราะอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไปไม่เข้าข่าย


สามารถคำนวณได้ว่า


  • Import Duty = 1,000,000 × 5% = 50,000 บาท
  • VAT = (CIF + Import Duty) × 10% = (1,000,000 + 50,000) × 10% = 105,000 บาท
  • ภาษีนำเข้ารวม = Import Duty + VAT + SCT + EPT = 50,000 + 105,000 + 0 + 0 = 155,000 บาท


สำหรับอุปกรณ์ก่อสร้างมูลค่า 1,000,000 บาท ภาษีนำเข้าที่ต้องชำระให้เวียดนามรวมทั้งหมด 155,000 บาท ซึ่งประกอบด้วย Import Duty 50,000 บาท และ VAT 105,000 บาท


ขั้นตอนการดำเนินการนำเข้าสินค้าสู่ประเทศเวียดนาม


  1. ตรวจสอบข้อกำหนดและสิทธิประโยชน์ทางการค้า เช่น ใบอนุญาตนำเข้าและสิทธิประโยชน์ FTA เพื่อคำนวณภาษีให้ถูกต้อง
  2. เตรียมเอกสารนำเข้า เช่น ใบขนสินค้า, Invoice, Packing List, ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า และเอกสารสำหรับสินค้าควบคุม
  3. ลงทะเบียนและยื่นเอกสารผ่านระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์หรือผ่านตัวแทน เพื่อให้กรมศุลกากรตรวจสอบข้อมูลสินค้า
  4. ตรวจสอบและชำระภาษีนำเข้าเวียดนามทั้งหมด ทั้ง Import Duty, VAT, SCT และ EPT ก่อนการปล่อยสินค้า
  5. ผ่านการตรวจสอบสินค้า ระบบจะกำหนดเป็น Red Line หรือ Green Line ตามความจำเป็น และตรวจสอบทางกายภาพหรือ X-ray ตามประเภทสินค้า
  6. ปล่อยสินค้าออกจากท่าเมื่อเอกสารครบและชำระภาษีเรียบร้อย พร้อมส่งต่อไปยังคลังสินค้าหรือผู้ซื้อ
  7. เก็บบันทึกเอกสารและข้อมูลบัญชีราคาสินค้าอย่างน้อย 6 เดือน และติดตามสถานะสินค้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง



กลยุทธ์ประหยัดภาษีและการวางแผนนำเข้าสินค้าในเวียดนาม


อัตราภาษีนำเข้าของเวียดนามคือค่าใช้จ่ายก้อนโตที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ แต่หากต้องการประหยัดค่าภาษีนำเข้าเพื่อเพิ่มกำไรในระยะยาว 4 กลยุทธ์สำคัญเหล่านี้อาจช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้ดีในอนาคต 


1. ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และสิทธิพิเศษทางภาษี


ตรวจสอบว่าประเทศต้นทางของสินค้าเข้าข่าย FTA กับเวียดนามหรือไม่ เพื่อใช้สิทธิพิเศษทางภาษี ลดหรือยกเว้น Import Duty ทำให้ต้นทุนการนำเข้าต่ำลง ซึ่งไทยเป็นเครือข่ายของ FTA อยู่แล้ว แต่ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบ HS Code ของสินค้าและเอกสารประกอบอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะ Certificate of Origin (C/O) เพื่อให้ได้สิทธิพิเศษเต็มที่


2. วางแผนเลือกสินค้านำเข้าที่มีอัตราภาษีต่ำหรือได้รับการลดภาษีล่าสุด


ทำความเข้าใจพิกัด HS ของสินค้าอย่างละเอียด เนื่องจากอัตราภาษีจะแตกต่างกันไปตามหมวดหมู่สินค้า พร้อมกับติดตามข้อมูลจากกรมศุลกากรเวียดนามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีหรือการประกาศลดภาษีใหม่ ๆ นำไปสู่การเลือกสินค้าที่มีอัตราภาษีต่ำ


3. บริหารจัดการต้นทุน Cost, Insurance, Freight (CIF) อย่างมีประสิทธิภาพ


การคำนวณ Cost, Insurance, Freight (CIF) ช่วยให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายด้านค่าขนส่งและประกันภัย ส่งผลโดยตรงต่อภาษีเวียดนามที่ต้องชำระและต้นทุนรวมของสินค้านำเข้า รวมทั้งลดความเสี่ยงการถูกประเมินภาษีสูงเกินจริง


4. ใช้บริการขนส่งที่เชี่ยวชาญด้านภาษีและพิธีศุลกากร


เลือกพาร์ตเนอร์โลจิสติกส์ที่เข้าใจอัตราภาษีเวียดนามและพิธีการศุลกากร ช่วยให้การดำเนินการรวดเร็ว ป้องกันการเสียภาษีย้อนหลัง และทำให้สินค้าส่งถึงปลายทางได้ตรงเวลา ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความคู่มือเลือกขนส่งไปเวียดนาม เพิ่มกำไรทุกธุรกิจส่งออก


สินค้าหรือกลุ่มสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีในเวียดนาม


เวียดนามมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้สินค้าบางประเภทเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมภายในประเทศ การรู้ว่าสินค้าใดเข้าข่ายได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเวียดนาม จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการนำเข้าสินค้าได้อย่างคุ้มค่า ลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น


  • ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้
  • เมล็ดข้าวโพดและกากถั่วเหลือง
  • สินค้าเกษตรและอาหารบางกลุ่ม
  • ผลิตภัณฑ์เอทิลีน
  • วัตถุดิบ ส่วนประกอบ และวัสดุที่ใช้ในโครงการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมดิจิทัล
  • สินค้าที่นำเข้ามาเพื่อสร้างทรัพย์สินถาวรสำหรับโครงการหรือศูนย์วิจัยนวัตกรรม


หากคุณต้องการขยายธุรกิจและส่งของไปเวียดนามอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุน SCGJWD คือบริษัทขนส่งในไทยที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการโลจิสติกส์ครบวงจร เรามีบริการขนส่งสินค้าจากไทยไปเวียดนาม รวมถึงบริการเคลียร์ภาษีศุลกากร และบริการคลังสินค้าที่รองรับทุกประเภทสินค้า รวมทั้งระบบติดตามสินค้าตลอดเส้นทาง ให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนจะสอดคล้องกับข้อกำหนดและมาตรฐานการนำเข้าสินค้าของเวียดนาม ทำให้ธุรกิจส่งออกของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น


สอบถามรายละเอียดบริการ หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่


  • โทรศัพท์: 02-710-4000 / 02-586-1979  
  • LINE : @SCGJWD


ข้อมูลอ้างอิง 

  1. ประเทศเวียดนาม. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 จาก https://webdev.excise.go.th/aec-law/th/excise-th-vietnam.php 

Service Recommended